วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า เรือนไทยหลังเล็กกลางเรือนจำ: เรื่องเล่าจากบันทึกของครูอาสา
บางเรื่องราว เมื่อได้อ่านแล้ว ไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องเล่าเล็ก ๆ จากบันทึกของ คุณปัณฑา บินส์ ครูอาสาผู้มีโอกาสเข้าไปสอนวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำกลางระยอง เมื่อปี พ.ศ. 2565
เธอได้โพสต์เล็ก ๆ ไว้ เป็นเรื่องราวที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง ด้วยความเคารพต่อผู้เขียนต้นเรื่อง และด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
คุณปัณฑาเล่าว่า มีบทสนทนาเล็ก ๆ เกิดขึ้นระหว่างเธอ เพื่อน และสามีชาวต่างชาติของเพื่อน
เพื่อนเอ่ยขึ้นว่า
“ผู้คนเศร้าและอาลัยต่อพระองค์หญิงเหลือเกิน”
เธอจึงตอบไปว่า
“คนวัยเราเห็นพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เห็นพระองค์ทรงเติบโต เห็นพระจริยวัตรอันงดงาม และเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์มาตลอดชีวิต”

จากนั้น เธอจึงเล่าเรื่อง “เรือนไทยหลังเล็ก ๆ” ภายในเรือนจำกลางระยองให้ทั้งสองฟัง
เมื่อฟังจบ สามีชาวต่างชาติของเพื่อนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับเธอว่า
“เธอควรเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นได้รับรู้นะ”
เพราะเรื่องนี้ คือเรื่องของเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่ง ผู้เสด็จมาทรงงานอยู่ภายในเรือนจำ
ในบันทึกของคุณปัณฑา เธอย้อนเล่าถึงวันแรกที่ได้เข้าไปเป็นครูอาสาในเรือนจำกลางระยอง ความตั้งใจของเธอในวันนั้นคือการเข้าไปสอนวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้พวกเขามีโอกาส มีความหวัง และมีหนทางกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคม
เธอเล่าว่า วันแรกที่เดินผ่านกำแพงสูงใหญ่ของเรือนจำ ต้องผ่านประตูชั้นแล้วชั้นเล่า ผ่านประตูที่หนึ่ง ประตูที่สอง ประตูที่สาม ก่อนจะเดินลึกเข้าไปยังแดน 3 ซึ่งเป็นแดนผู้ต้องขังหญิง
เมื่อผ่านประตูแรกของแดน และผ่านประตูที่สองเข้าไป เธอได้เห็นเรือนไทยหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่นั้น
ความสงสัยคงปรากฏบนสีหน้าของเธออย่างชัดเจน ท่านผู้อำนวยการจึงบอกว่า
“เรือนทรงงานของพระองค์ภาค่ะ ท่านเสด็จมาทรงงานที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553”
ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งไป
เพราะในใจเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
เหตุใดเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่ง จึงเสด็จมาทรงงานอยู่ภายในเรือนจำ
เหตุใดพระองค์จึงต้องเสด็จผ่านประตูที่แน่นหนาหลายชั้น
เหตุใดเรือนทรงงานของพระองค์จึงเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ธรรมดา
และเหตุใดวิวรอบพระองค์ จึงเป็นชีวิตประจำวันของผู้ต้องขังหญิง
ในวันนั้น เธอยังไม่เข้าใจ

แต่เมื่อกลับออกมา เธอจึงเริ่มค้นคว้าเรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ และได้รู้จัก “โครงการกำลังใจ” โครงการที่เกิดขึ้นจากพระเมตตาและพระราชปณิธานในการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง สตรีตั้งครรภ์ และเด็กที่ต้องอยู่กับมารดาในทัณฑสถาน
จากการค้นคว้า เธอได้ทราบว่า พระราชดำริและพระราชกรณียกิจของพระองค์มิได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือภายในประเทศเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดระดับสากล ภายใต้โครงการ “Enhancing Lives of Female Inmates” และมีส่วนสำคัญต่อการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” หรือ Bangkok Rules ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และได้รับการรับรองจากสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2553
คุณปัณฑาเขียนไว้ด้วยความรู้สึกจากหัวใจว่า ยิ่งอ่าน เธอก็ยิ่งเข้าใจ และยิ่งเข้าใจ น้ำตาก็ยิ่งไหล
เพราะสิ่งที่ครูอาสาตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งได้ทำมาตลอดหลายปีนั้น ยังไม่อาจเทียบได้กับพระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ และความทุ่มเทที่พระองค์ทรงมีต่อผู้คนที่สังคมอาจมองข้าม หรือหลงลืมไปแล้ว
จังหวัดระยองมีทะเลงดงามมากมาย มีสถานที่สวยงามให้ผู้คนเดินทางไปชื่นชม แต่เจ้าหญิงของพวกเรา กลับทรงเลือกที่จะเสด็จมาทรงงานอยู่ในเรือนไทยหลังเล็ก ๆ กลางแดนผู้ต้องขังหญิง
ทรงงานอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ
ทรงงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ทรงงานด้วยพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้
ในบันทึกนั้น คุณปัณฑาเล่าว่า ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านเรือนไทยหลังนั้น เธอจะค้อมคำนับจากหัวใจเสมอ
เพราะสำหรับเธอ ภาพพระองค์ทรงงานในเรือนไทยหลังเล็กกลางเรือนจำ มิได้เป็นเพียงภาพแห่งความทรงจำ หากเป็นภาพของเจ้าหญิงผู้ทรงรักประชาชนของพระองค์อย่างแท้จริง
เป็นภาพของพระเมตตาที่เสด็จไปถึงผู้คนในพื้นที่ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง
เป็นภาพของการให้โอกาสแก่ผู้ที่พลาดพลั้ง
เป็นภาพของความหวังที่เกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งผู้คนจำนวนมากอาจมองเห็นเพียงกำแพงและกรงขัง

เรื่องเล่านี้จึงมิใช่เพียงบันทึกของครูอาสาคนหนึ่ง หากเป็นหลักฐานทางความทรงจำที่งดงามว่า พระเมตตาของพระองค์เสด็จไปถึงผู้คนในทุกพื้นที่ แม้ในสถานที่ที่สังคมอาจมองข้ามมากที่สุด
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นจากบันทึกของ คุณปัณฑา บินส์ ด้วยความเคารพต่อผู้เขียนต้นเรื่อง และด้วยความตั้งใจเพียงประการเดียว คือขอนำเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้มาเล่าต่อ เพื่อให้ผู้คนได้ร่วมรับ
รู้ถึงพระเมตตาอันลึกซึ้งของพระองค์
ขอขอบพระคุณ
คุณปัณฑา บินส์
ผู้บันทึกและถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้
รวมถึงบุคคลที่ปรากฏในบันทึก ได้แก่
คุณสมพงศ์ สนิทมัจโร
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง
คุณกฤษณะ ทิพยจันทร์
ผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง
คุณรัตนา รอดศรี
ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง
และเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางระยองทุกท่าน ที่ได้เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของการให้โอกาส การเยียวยา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง ได้ปรากฏเป็นความทรงจำอันงดงามในสังคมไทย
ขอบคุณข้อมูล : ปราชญ์ สามสี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี