546.jpg
'รมว.ดีอีเอส'เปิดตัว'GD Catalog Smart Plus' อัพเกรดประสิทธิภาพ เพิ่มฟีเจอร์อัจฉริยะบัญชีข้อมูลภาครัฐ

'รมว.ดีอีเอส'เปิดตัว'GD Catalog Smart Plus' อัพเกรดประสิทธิภาพ เพิ่มฟีเจอร์อัจฉริยะบัญชีข้อมูลภาครัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.23 น.

รมว.ดีอีเอส เปิดตัว “GD Catalog Smart Plus” อัพเกรดประสิทธิภาพ เพิ่มฟีเจอร์อัจฉริยะบัญชีข้อมูลภาครัฐ พร้อมมอบ 32 รางวัลให้หน่วยงานและจังหวัดที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อน GD Catalog ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “โครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566” ซึ่งเป็นกิจกรรมสัมมนาที่จัดขึ้นโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของบัญชีข้อมูลภาครัฐ พร้อมการบรรยายรายละเอียดฟีเจอร์ใหม่และประสิทธิภาพของ Government Data Catalog ที่ได้รับการพัฒนาให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เรียกว่า Smart Plus รวมถึงมอบโล่รางวัลให้กับหน่วยงานและจังหวัดที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนบัญชีข้อมูลภาครัฐ ประจำปี 2566 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงดีอีเอสและสำนักงานสถิติแห่งชาติ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน


นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า ด้วยเล็งเห็นความสำคัญในการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน การพัฒนาและบริหารจัดการบัญชีข้อมูลภาครัฐจึงเกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การขับเคลื่อนการทำงานของภาครัฐให้มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย เพื่อเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2562 และเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ และระบบนามานุกรม ขอขอบคุณในความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา รวมไปถึงหน่วยงานระดับจังหวัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการจัดทำ Government Data Catalog จนส่งผลให้มีผลการดำเนินงานสูงกว่าเป้าหมาย และมีความพร้อมในการยกระดับขีดความสามารถที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น สู่ Government Data Catalog Smart Plus ที่สำคัญคือร่วมเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน

ด้าน ดร.ปิยนุช วุฒิสอน  ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีขับเคลื่อนการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ ตั้งแต่ปี 2563 โดยมีหน่วยงานนำร่อง 31 หน่วยงาน และ 3 จังหวัด ต่อมาได้ขยายผลกับหน่วยงานและจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐ 268 หน่วยงาน และ 76 จังหวัด ต้องมีระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงานให้ครบถ้วนภายในปี 2568 ปรากฏว่าขณะนี้มีหน่วยงานติดตั้งและใช้งานระบบแล้วถึง 200 หน่วยงานและ 76 จังหวัด มีชุดข้อมูลกว่า 18,000 ชุดข้อมูล กระจายอยู่แต่ละระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงาน และได้มีการนำมาลงทะเบียนที่ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐแล้ว 8,400 ชุดข้อมูล ถือเป็นผลการดำเนินงานเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้

“ด้วยระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับปริมาณชุดข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงได้เพิ่มประสิทธิภาพระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐให้มีความชาญฉลาดมากขึ้น เพื่อลดภาระให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และเพิ่มความสามารถในการทำงานของระบบแบบไร้รอยต่อ นำไปสู่เป้าหมายการเป็น Smart and Open Government”

โดยระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ เปิดให้ผู้สนใจเข้าสืบค้นข้อมูลและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐถึง 8,390 ชุดข้อมูล จาก 276 หน่วยงานรัฐ ได้แล้วที่ https://gdcatalog.go.th/ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ สำนักงานงานสถิติแห่งชาติ โทรศัพท์ 0 2141 7408-9 อีเมล [email protected]

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top