วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการอาวุโส กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับความผันผวนทั้งปัจจัยในและนอกประเทศหนุนให้ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์ต่างๆมีความผันผวน ทำให้นักลงทุนต้องคอยติดตามและคาดการณ์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิดซึ่งการจัดพอร์ตลงทุนแบบระยะยาวด้วยการกระจายน้ำหนักลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์การลงทุนท่ามกลางสถานการณ์ตลาดช่วงนี้
ทั้งนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพของบริษัทฯ แนะนำปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือความผันผวนด้วย “การจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ” (BLS Top Funds Portfolio) เครื่องมือช่วยสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนที่ออกแบบมาแก้ปัญหา Pain Point การลงทุนแบบดั้งเดิม โดยสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับผู้ลงทุนได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ต้นปี’67 ที่ระดับ 7.77% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม เมื่อเทียบกับกลุ่มกองทุนผสมเสี่ยงสูงในตลาด และเทียบกับดัชนีหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทน -9.24% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567)
ปัจจุบันมีให้เลือกลงทุนทั้งหมด 3 ประเภท 6 พอร์ตการลงทุน ประกอบด้วย 1. ประเภทการลงทุนแบบคาดหวังผลตอบแทน เน้นกระจายการลงทุนตามระดับความเสี่ยงของตนเอง ผ่าน 3 พอร์ตการลงทุน คือ พอร์ตการลงทุนเสี่ยงสูง Aggressive Asset Allocation (AAA) โดยนับตั้งแต่ต้นปี’67 สร้างผลตอบแทนที่ 7.77% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) ให้ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนผสมเสี่ยงสูงที่มีผลตอบแทน -0.74% กลยุทธ์นี้เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงสูง พอร์ตการลงทุนเสี่ยงปานกลาง Moderate Asset Allocation (MAA) นับตั้งแต่ต้นปี’67 สร้างผลตอบแทนที่ 5.69% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนผสมเสี่ยงปานกลางที่มีผลตอบแทน 1.10% กลยุทธ์นี้เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงปานกลาง พอร์ตการลงทุนเสี่ยงต่ำ Conservative Asset Allocation (CAA) นับตั้งแต่ต้นปี’67 สร้างผลตอบแทนที่ 2.37% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนผสมเสี่ยงต่ำที่มีผลตอบแทน 0.57% กลยุทธ์นี้เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้,กองทุนหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงปานกลาง
2. ประเภทการลงทุนแบบรับกระแสเงินสดระหว่างทาง เน้นกระจายการลงทุนในกองทุนจ่ายเงินปันผล ด้วย พอร์ตการลงทุน Dividend Income Asset Allocation (DAA) โดยในช่วงครึ่งแรกของปี’67 จ่ายเงินปันผลไปแล้ว 7 ครั้ง คิดเป็นผลตอบแทนหลังหักภาษีเงินปันผลอยู่ที่ 1.25% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) กลยุทธ์นี้เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวัง 3-4% ต่อปี คาดหวังผลตอบแทนรวม 6-7% ต่อปี เพราะเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้,กองทุนหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก ในระดับความเสี่ยงสูง และ 3. ประเภทการลงทุนเน้นปลอดภัย เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศด้วย พอร์ตการลงทุน Saving Package (SP) โดยนับตั้งแต่ต้นปี’67 สร้างผลตอบแทนที่ 1.19% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) กลยุทธ์นี้เน้นลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะสำหรับผู้ที่คาดหวังผลตอบแทน 1-2% ต่อปี และ พอร์ตการลงทุน Dynamic Income Package (DIP) นับตั้งแต่ต้นปี’67 สร้างผลตอบแทนที่ 0.51% (ตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) กลยุทธ์นี้เน้นกระจายลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี