วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
nn China Mobile …ได้จัดการประชุมสุดยอดความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล 2024 China Mobile Southeast Asia, Regional Cooperation Conference : “Connecting Through Data, Innovating the Future” ขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้
ในโอกาสนี้ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เสนอวิสัยทัศน์ “โอกาสและความท้าทายของบริษัทข้ามชาติในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” (Opportunities and Challenges for Multinational Enterprises in the Digital Economy Era) บนเวทีดังกล่าว...โดยระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ 5.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ และการเชื่อมต่อดิจิทัลและให้ความสำคัญกับบิ๊กดาต้าเพิ่มมากขึ้น เป็นโอกาสทางธุรกิจในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเอไอมาปรับใช้ทำความเข้าใจลูกค้าและการทำธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปรับตัวให้เท่าทันรับการแข่งขัน เพราะในตอนนี้บริษัทข้ามชาติกำลังเผชิญกับความท้าทายใน 3 ด้านสำคัญที่เรียกว่า 3D คือ 1.Deglobalization ภูมิทัศน์การเมืองโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มีแบ่งขั้วอำนาจทางการเมืองเป็นหลายขั้ว แต่ละประเทศต่างออกกฎหมายและระเบียบนำเข้าซึ่งเป็นตัวบังคับให้ธุรกิจจะต้องปรับตัว 2.Digitalization โลกเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล จำเป็นต้องให้ความสำคัญในการลงทุนในเอไอและดาต้าที่ในตอนนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในหลายอุตสาหกรรม และ 3. Decarbonization การลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งทุกองค์กรต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันวิกฤตการณ์สภาพอากาศเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพที่จะเติบโตถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของมูลค่าสินค้ารวมภายในปี 2030 หากเอาชนะความท้าทายข้างต้นได้ไปพร้อมกับต้องให้ความสำคัญในเรื่องของ “speed” และ “scale” ในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำของโลกในการติดตั้ง 5G จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือ “ด้านเอไอและคลาวด์”รวมไปถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของอธิปไตยของข้อมูล (data sovereignty) ทุกองค์กรจะต้องมีอำนาจอิสระในการจัดการและควบคุมข้อมูลของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจะต้องมีการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกัน ควรสนับสนุนให้เกิดศูนย์กิกะดาต้า และการจ้างงานในระบบ
ทั้งนี้ไม่เพียงแต่การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในกลุ่มอุตสาหกรรมเพียงเท่านั้น เราควรสร้างความร่วมมือในการลดช่องว่างทางดิจิทัลด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปรับกลยุทธ์และการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมีส่วนร่วม ทำให้เกิด e-Government และการผลักดันให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงิน ทั้งนี้ จากรายงานของ Temasek พบว่าในอาเซียนมีประชากรมากกว่า 70% ไม่มีบัญชีธนาคารหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน และในส่วนของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือ SMEs มากกว่า 60% ไม่สามารถกู้ยืมเงินได้ จึงเป็นโอกาสของธุรกิจฟินเทคไปพร้อมกับการลดความเหลื่อมล้ำในภูมิภาคได้
“การจะสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทต่างๆ จะอยู่รอดได้ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนา “ทุนมนุษย์” พร้อมทั้งเสนอโมเดล SI Transformation หรือ การสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้กับคนรุ่นต่อไป ดังนั้น บทบาทของครูจะต้องปรับเปลี่ยนจากผู้สอนไปเป็น “โค้ช” หรือผู้นำกระบวนการเรียนรู้(Facilitator) ต้องสอนให้เด็กเป็น “นักทดลอง” มีกรอบความคิดใหม่ เรียนรู้จากประสบการณ์ ซึ่งเป็นการปลูกฝังหลักความเป็นผู้ประกอบการไปในตัว จะทำให้พวกเขาเกิดการปรับตัวให้อยู่รอดในโลกที่ท้าทายตอนนี้”
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี