วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
เงินเฟ้อ…เดือนกุมภาพันธ์ ลดลง ร้อยละ 0.88 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ราคาน้ำมันลดลงจากการชดเชยราคาของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่ราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลง เนื่องจากมีสินค้าล้นตลาด และ ราคาสินค้าอื่นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป
ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดกันว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น 2. ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า 3. ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ 4. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อเงินเฟ้อในเดือนมีนาคมคือ... สถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำการศึกษาและ ตั้งสมมุติฐานไว้ 3 สมมุติฐาน คือ กรณีที่ 1 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้ออยู่ที่ 1-2% คาดการณ์ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ กรณีที่ 2 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ และ กรณีที่ 3 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก สูงกว่าระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้อจะมากกว่า 3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
โดยสรุปแล้วสิ่งที่ต้องจับตา คือ ราคาอาหารสำเร็จรูป อาหารจานเดียวที่จะขึ้นตามราคาน้ำมัน เพราะหากปรับราคาขึ้นไปแล้วจะไม่ปรับลดลงมา และคนที่เดือดร้อนหนักที่สุดเมื่อราคาอาหารปรับเพิ่มขึ้น คือประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนที่มีรายได้จากค่าจ้างรายวัน หรือ กลุ่มคนจนเมือง ซึ่งทุกวันนี้มีรายได้แทบจะไม่พอซื้อข้าวกินครบ 3 มื้อแล้วด้วย...การบริหารจัดการของรัฐบาลจัดการต่อวิกฤตครั้งนี้ ไม่ใช่แค่บอกแต่ว่า“น้ำมันจะไม่ขาดแคลน ไม่ต้องตื่นตูมแห่ไปกักตุนน้ำมัน”...แต่ต้องบริหารจัดการให้ความมั่นคงทางพลังงานของไทยเข้มแข็งพอที่จะรับมือวิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตให้ได้ และความมั่นคงที่ว่าต้องไม่โยนภาระไปให้ประชาชน...เหมือนกับ“โครงสร้างค่าไฟฟ้า” ดังที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี