วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นางสาวธิตินันท์ แว่นแก้ว หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่าถึงแม้ปีนี้ประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งการแข่งขันทางภูมิศาสตร์และอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลจากรายงาน Global Entertainment & Media (E&M) Outlook 2024-2028 ของ PwC คาดการณ์ว่า รายได้รวมของอุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น 4% เป็น 691,375 ล้านบาทในปี 2567 จากปีก่อนที่ 664,204 ล้านบาท
รายงานของ PwC ซึ่งสำรวจข้อมูลด้านรายได้และคาดการณ์ทิศทางการเติบโตของ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อใน 53 ประเทศและอาณาเขตทั่วโลกระบุว่า รายได้รวมของอุตสาหกรรมความสื่อและบันเทิงของไทยจะสูงถึง 793,020 ล้านบาทในปี 2571 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate : CAGR) ที่ 3.5%
อุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อของไทยจะยังเติบโตได้ในปีนี้แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวโดยธุรกิจบางเซ็กเมนต์จะเติบโตสูงตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้อินเทอร์เนตและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น
จากรายงานของ PwC ระบุว่า บริการวิดีโอแบบ over-the-top (เติบโต 27% จากปีก่อนมาที่ 28,043 ล้านบาท) โฆษณาออนไลน์ หรือโฆษณาทางอินเตอร์เนต (เติบโต 13%
จากปีก่อนมาที่ 58,358 ล้านบาท) และโฆษณานอกบ้าน (เติบโต 8% จากปีก่อนมาที่ 17,286 ล้านบาท) จะเป็นประเภทของธุรกิจความบันเทิงและสื่อของไทยที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดสามอันดับแรกในปี 2567 ผู้ให้บริการธุรกิจสตรีมมิ่งต้องไม่หยุดปรับตัว
ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้งานอินเตอร์เนตมากขึ้นส่งผลให้บริการสื่อประเภท over-the-top โดยเฉพาะวีดีโอสตรีมมิ่ง รวมไปถึงโฆษณาออนไลน์ เป็นสองเซ็กเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
อย่างไรก็ดี อัตราเร่งของการเติบโตน่าจะค่อยๆ ลดลง เนื่องจากผู้ให้บริการกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งในส่วนของคอนเทนต์และการเข้ามาของผู้ให้บริการรายใหม่ๆ รวมไปถึงความท้าทายในการทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินสำหรับสินค้าและบริการดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น
“ระยะถัดไปสตรีมเมอร์ต้องปรับรูปแบบธุรกิจและแสวงหารายได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากการสมัครสมาชิก รวมถึงการเปิดตัวรูปแบบตามโฆษณา การลดค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิก และอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งโอกาสในการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการสมัครสมาชิกจากการแข่งขันที่จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”
ข้อมูลจากรายงานของ PwC ระบุว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของรายได้บริการสื่อประเภท over-the-top ลดลงจาก 57% (ช่วงปี 2562-2566) เหลือ 10.7% (ช่วงปี 2567-2571) ขณะที่รายได้รวมจะเพิ่มเป็น 42,122 ล้านบาทในปี 2571
รายได้โฆษณาออนไลน์ หรือโฆษณาทางอินเตอร์เนตของไทยในปี 2571 คาดจะเพิ่มเป็น 85,242 ล้านบาท จาก 51,551 ล้านบาทในปี 2566 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย
ต่อปีที่ 10% (ช่วงปี 2567-2571) สาเหตุสำคัญของการเติบโตเนื่องจากผู้บริโภคนิยมใช้งานอินเตอร์เนตและโซเชียลมีเดียในการค้นคว้าและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์สินค้า
ถือเป็นช่องทางสำคัญที่นักโฆษณาใช้ถึงเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ข้อมูลจากรายงาน Digital 2024: Thailand ที่จัดทำโดย We Are Social และ Meltwater ระบุว่า ในช่วงต้นปี 2567 มีผู้ใช้งานอินเตอร์เนตในไทยจำนวนทั้งสิ้น 63.21 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เนตที่ 88% ขณะที่มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่ 49.10 ล้านคน คิดเป็น 68.3% ของประชากรทั้งหมด
“ในระยะกลางถึงยาว ประเทศไทยจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่าง GenAI ซึ่งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อต้องมองหารูปแบบธุรกิจใหม่โดยดึงเทคโนโลยีอย่าง GenAI เข้ามาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายและตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย” นางสาวธิตินันท์ กล่าว
ในระดับโลกโฆษณาทางอินเตอร์เนต เป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดและเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมโฆษณา โดยเติบโต 10.1% ในปี 2566 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.5% จนถึงปี 2571 ซึ่งคิดเป็น 77.1% ของการใช้จ่ายโฆษณาทั้งหมด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี