วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board : PCB) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจาก PCB ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ โทรคมนาคม เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เป็นต้น ด้วยกระแสการย้ายฐานการผลิตและปรับโครงสร้าง Supply Chain ครั้งใหญ่ของโลก ได้ส่งผลให้ผู้ผลิต PCB รายใหญ่จำนวนมาก ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันไทยได้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิต PCB อันดับ 1 ของอาเซียน และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก
โดยนับตั้งแต่ปี 2566 การลงทุนในอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในช่วงเดือนมกราคม 2566 จนถึงเดือนกันยายน 2567 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม PCB จำนวน 95 โครงการ เงินลงทุนสูงถึง 162,000 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงปี 2564-2565 ที่มีมูลค่าคำขอเฉลี่ย 15,000 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของผู้ผลิต PCB ชั้นนำจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะเกิดการจ้างงานในระยะแรกกว่า 20,000 ตำแหน่ง ใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี และมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น 7 แสนล้านบาทต่อปี
นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอได้นำคณะสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมกิจการของบริษัทเม็กเท็ค แมนูแฟ็คเจอริ่ง คอร์ปอเรชั่น(ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท Mektec Corporation ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ NOK Corporation สัญชาติญี่ปุ่นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่ม PCB ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น และอันดับ 6 ของโลก โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดยืดหยุ่น (Flexible Printed Circuit Board : FPCB และ FPCBA)
ทั้งนี้โครงการของเม็กเท็คที่ได้รับการส่งเสริมใหม่ในครั้งนี้ เป็นการขยายกำลังการผลิต FPCB และ FPCBA รองรับคำสั่งซื้อในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น มีเงินลงทุน 920 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยเพิ่ม 260 คน (ปัจจุบันจ้างงานกว่า 3,000 คน) และใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มอีกกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี
สำหรับประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็นฐานการลงทุน PCB แห่งใหม่ของเอเชีย ในช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา มีทั้งการขยายการลงทุนของผู้ผลิตรายเดิม เช่น Mektec, KCE และการลงทุนตั้งโรงงานใหม่โดยบริษัทผู้ผลิต PCB ระดับโลกจำนวนมาก เช่น Unimicron, Compeq, WUS, Gold Circuit, Chin Poon, Dynamic Electronics, Apex Circuit, Unitech และ Well Tek
“คาดว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จะยังมีผู้ผลิต PCB และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วน เช่น Prepreg และ Copper Clad Laminate รายสำคัญจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับ SupplyChain ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น PCB ถือเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ การมีฐานการผลิต PCB จะเพิ่มโอกาสการพัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หลากหลาย และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกมาก”นายนฤตม์ กล่าว
นายสมชาย อัศวรุ่งแสงกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เม็กเท็ค แมนูแฟ็คเจอริ่ง คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าเม็กเท็คมีแต้มต่อในการลงทุนอย่างมากจากการได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในหลายโครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,800ล้านบาท โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น FPCB, FPCBA เป็นต้น
ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจกลุ่ม PCB ในไทยจะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากแรงขับเคลื่อนที่มาจากการเติบโตของเทคโนโลยี 5G ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อกับ IoT การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ AI ความก้าวหน้าในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ และอื่นๆ รวมถึงมาตรการส่งเสริมจากบีโอไอที่เปิดให้การส่งเสริมธุรกิจกลุ่ม PCB แบบครบวงจร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรม PCB มีโอกาสเติบโตมากขึ้นในอนาคต
“ซัพพลายเชนที่เข้มแข็งในอุตสาหกรรม PCB ของประเทศไทย และนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลไทย ทำให้บริษัทเกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทย และเดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่ม พร้อมทั้งได้เริ่มลงทุนในกระบวนการผลิตใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเฉลี่ย 300 ล้านบาทต่อปี และการลงทุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของโรงงานอีก 200 ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเม็กเท็คให้ก้าวสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะ” นายสมชายกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี