533.jpg
สอน.สร้างชุมชนต้นแบบ เพิ่มมูลค่าใบอ้อย ลด PM 2.5

สอน.สร้างชุมชนต้นแบบ เพิ่มมูลค่าใบอ้อย ลด PM 2.5

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.46 น.

22 มกราคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สร้างชุมชนต้นแบบ ถ่ายทอดความรู้ การสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย ปัจจุบันมลพิษจากฝุ่นควันหรือ PM 2.5 ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งสาเหตุหลักก็หนีไม่พ้นการเผาพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อเริ่มการเพาะปลูกใหม่โดยเฉพาะการเผาไร่อ้อย จากข้อมูลปี 2565 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีใบอ้อยเหลือทิ้งและถูกเผาในไร่ประมาณ 12 ล้านตัน ทางรัฐบาลจึงมีโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรนำใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย มาสร้างมูลค่าเพิ่มทำให้นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ ยังช่วยลดมลพิษอีกด้วย
 
โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย เป็นความร่วมมือที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และพลังงานทดแทน โดยเน้นการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ลดฝุ่น PM 2.5 และเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนเกษตรกร  ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนระดับชุมชน  
 
 
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และสำนักบริการวิชาการ ได้สร้างชุมชนต้นแบบและจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ในการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการสร้างชุมชนต้นแบบเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้เถ้าชานอ้อย
 
 
ทั้งนี้ รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการสร้างชุมชนต้นแบบในการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อย และเป็นส่วนช่วยในการลดมลพิษจากฝุ่นควันหรือ PM 2.5 โดยได้เลือกชุมชนต้นแบบในพื้นที่ บ้านท่าชัย ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งนำโดยผู้ใหญ่บ้าน นางรัตนาภรณ์ พลชะนะ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 2 (ศอภ.2) ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ในการนำใบอ้อยที่เหลือในแปลงปลูกอ้อยตลอดจนเถ้าชานอ้อย มาพัฒนาสร้างมูลค่าในรูปถ่านอันแท่งที่ให้ค่าพลังงานความร้อนที่สูงและเกิดควันน้อยซึ่งเป็นที่ความต้องการของตลาด โดยผ่านการพัฒนางานวิจัยภายใต้โครงการฯ
การสร้างชุมชนต้นแบบนี้ สามารถผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้จริง และช่วยนำทางการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดรายได้เสริมในระยะยาว
 
 
อีกทั้งส่งเสริมการพัฒนากลุ่มอาชีพและเป็นตัวอย่างของชุมชนอื่นๆได้: กิจกรรมในวันที่ 22 มกราคม 2568 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคประชาชน ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลายมิติ ทั้งด้านการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (SDG 8) ผ่านการสร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน การสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรม (SDG 9) ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุเหลือใช้ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) โดยการลดการเผาในพื้นที่เกษตร และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17) ระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน โดยคาดหวังว่าจะสามารถนำผลสำเร็จของโครงการเป็นต้นแบบและนำไปขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ มุ่งเน้นผลักดันให้เกิดธุรกิจพลังงานทดแทนระดับชุมชน สร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร และนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่ยั่งยืน พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระดับประเทศต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top