‘อ้อย’ยืนต้นตายนับหมื่นไร่ สอน.ชงรัฐเยียวยาชาวไร่พื้นที่สงคราม

‘อ้อย’ยืนต้นตายนับหมื่นไร่ สอน.ชงรัฐเยียวยาชาวไร่พื้นที่สงคราม

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า สอน.อยู่ระหว่างเร่งการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม และข้อจำกัดด้านความมั่นคง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงดูแลพื้นที่ 5 จังหวัด บางพื้นที่ถูกกำหนดเป็น “พื้นที่สีแดง” ห้ามเข้า เนื่องจากมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตกค้าง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวอ้อยได้ ในบางกรณีหากฝ่ายความมั่นคงอนุญาตอาจต้องใช้วิธีเผาอ้อยเพื่อให้มองเห็นตำแหน่งระเบิดก่อนเข้าจัดการพื้นที่ ขณะนี้พบว่ามีอ้อยยืนต้นตายใน จ.สุรินทร์ ประมาณ 20,000 ไร่ และ จ.สระแก้ว อีก 20,000-30,000 ไร่ ขณะที่พื้นที่ที่ประเมินว่าเข้าไม่ได้แน่นอน “พื้นที่สีแดง” มีประมาณ 5,000 ไร่

นายใบน้อย กล่าวว่า สอน.อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอขอใช้งบกลางรัฐบาลเพื่อเยียวยา โดยจะคำนวณจากผลผลิตเฉลี่ย 10 ตันต่อไร่ อิงราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้ 800-900 กว่าบาทที่ 10 ซีซีเอส และพิจารณาค่าความหวาน (ซีซีเอส) ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเฉลี่ยสูงถึง 12-13 ซีซีเอส จากอากาศหนาว ทำให้ได้ราคาเพิ่มอีกตันละกว่า 100 บาท สอน.จะสรุปยอดพื้นที่เสียหายอีกครั้งหลังสิ้นสุดฤดูกาลหีบอ้อย เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมและเหมาะสม เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ต้องประเมินความเสียหายต่อเนื่องถึงผลผลิตในปีถัดไป


“อ้อยเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายรอบ หรือที่เรียกว่า “อ้อยตอ” ปกติให้ผลผลิต 2-3 ครั้ง หากเกษตรกรเข้าไปเก็บเกี่ยวไม่ได้ จะไม่เพียงสูญเสียรายได้ปีปัจจุบัน แต่อาจกระทบต่อเนื่องถึงผลผลิตปีหน้าและปีถัดไป เพราะไม่สามารถดูแลอ้อยตอได้ ดังนั้นการคำนวณวงเงินเยียวยาจะต้องนำผลกระทบหลายรอบตอมาคิดรวม เพื่อสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง” นายใบน้อย กล่าว

เลขาธิการ สอน. กล่าวว่า ในมิติการพัฒนาโรงงาน ทาง สอน.กำลังผลักดันการแข่งขันในรูปแบบใหม่ที่เน้นความยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยแนวทางสำคัญประกอบด้วย 1.เกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมดินที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การดูแลแปลงปลูกให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวที่ไม่ก่อมลพิษ เป็นต้น 2.มาตรการจูงใจ โรงงานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในลักษณะใกล้เคียงระบบ ISO จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น มาตรการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนเทคโนโลยีสะอาด

3.แผนขยายผลโครงการพัฒนาแนวทางการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย (Sugar Ecolabel) หวังเป็นกลไกเชิงนโยบายที่มุ่งยกระดับกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาลของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการเผาอ้อย ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยปีหน้าเตรียมเปิดรับสมัครโรงงานน้ำตาลทั้ง 58 โรงทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ จากปัจจุบันนำร่อง 5 โรงงาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top