K.N.A. ผนึก ไดมอนด์ ตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท

K.N.A. ผนึก ไดมอนด์ ตั้งโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.07 น.

นายนาดิ้รชา ปาทาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.เอ็น.เอ. อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด  (K.N.A. Inter Pharma) กล่าวว่า บริษัท เค.เอ็น.เอ. อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด (Diamond Biotechnology Co.,Ltd) ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์ และเวชศาสตร์ความงามระดับโลกจากไต้หวัน ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเปิดโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดปทุมธานี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ร่วมผลักดันไทยสู่การเป็น Medical Hub แบบครบวงจร และยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทยสู่ระดับสากล

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความงามแบบครบวงจร และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมความงามไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย เค.เอ็น.เอ. มองเห็นศักยภาพของไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชีวการแพทย์ที่ทันสมัย และเล็งเห็นถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการนำเทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานในระดับสากลมาสู่ประเทศไทย ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนร่วมกัน แต่เป็นการผนึกกำลังเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนายกระดับมาตรฐานวงการเครื่องมือแพทย์ด้านความงามในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาต้องพึ่งพาการนำเข้า รวมทั้งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกในฐานะผู้ผลิต


นายแพทย์อารอน เชีย-เซียน เซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัดกล่าวถึงการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า บริษัทฯ ได้ศึกษาตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่มีความโดดเด่นในฐานะ Medical Hub ของภูมิภาค ทั้งในด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดความงาม รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และการส่งเสริมลงทุนที่เอื้ออำนวย และที่สำคัญที่สุด คือความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันยาวนาน รวมถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ เค.เอ็น.เอ. ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 3 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เราได้ร่วมมือกันมา บริษัทฯ เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านการจัดการ การตลาด และเครือข่ายพันธมิตรแพทย์ด้านความงามที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายตลาดในประเทศไทย และการผลักดันให้โรงงานในประเทศไทยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงออกสู่ภูมิภาคเอเชีย และตะวันออกกลาง โดยการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียในครั้งนี้ จะทำให้เราสามารถครอบคลุมการให้บริการผลิตภัณฑ์ได้ทั่วโลก โดยโรงงานในประเทศไทยจะดูแลตลาดในเอเชียทั้งหมด รวมถึงตะวันออกกลาง ส่วนศูนย์การผลิตในไต้หวันจะดูแลการผลิตและจำหน่ายในไต้หวัน พร้อมส่งออกในโซนยุโรปและอเมริกา ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการแบ่งมาร์เก็ตแชร์ที่เหมาะสม และเราคาดหวังว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านความงามในเอเชีย สร้างรายได้และเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล”

“ทั้งนี้ โรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์แห่งใหม่จะตั้งขึ้นในจังหวัดปทุมธานีภายใต้การจดทะเบียนร่วมลงทุนระหว่าง 2 บริษัท ด้วยเงินทุน 500 ล้านบาท และได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักร การวิจัยและพัฒนา และสิทธิบัตรการผลิต 4 รายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มความงาม (Aesthetic) รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่จะนำมาใช้ในโรงงานแห่งนี้ โดยกำหนดเริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 มกราคม 2569 และคาดว่าจะสามารถเริ่มขบวนการผลิตได้ในปี 2570 โดยภายหลังจากที่สามารถดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ 4 ตัวแรกเสร็จสิ้น บริษัทฯ มีแผนในการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เริ่มจากประเทศจีนเป็นหลัก รวมถึงการทำตลาดในประเทศไทย นอกจากนี้มีแผนการขยายตลาดไปสู่กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ติมอร์-เลสเต บรูไน และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง”

ด้าน นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง และผู้ก่อตั้ง Rassapoom Clinic และเป็นอีกหนึ่งหัวเรือใหญ่ในส่วนพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนไทยกล่าวเสริมถึงแนวโน้มตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยว่า “ตลาดความงามของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพสูง ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ธุรกิจความงามในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง 5 ปี และเป็นหนึ่งใน 10 ธุรกิจดาวเด่นประจำปี 2568 ซึ่งความร่วมมือกับไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญระดับประเทศ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกมาสู่ประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษาในคลินิกความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไทยภายใต้เทคโนโลยีระดับโลกจะได้รับการยอมรับมากขึ้น นอกจากนี้ การย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย ก็จะทำให้ผู้บริโภคได้รับบริการด้วยต้นทุนที่ถูกลง ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ และสร้างงานให้กับตลาดแรงงานไทยด้วย

ทั้งนี้ นอกจากตนเองที่จะมาร่วมให้คำปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เวชศาสตร์ความงามแล้ว ยังมีพันธมิตรทางการแพทย์ที่ได้มาร่วมผนึกความร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการพัฒนาฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์และยกระดับอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามไทยในครั้งนี้ อาทิ นายแพทย์ปิยวัฒน์ หิรัญนาท ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้ง Kay Hay Clinic แพทย์หญิงนาตยา รักพ่วง แพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวชวิทยาและผู้ก่อตั้ง Dr. Aomthong Clinic และนายแพทย์กิตติธัช สินพิพัฒน์พร ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้ง La Ferly Clinic ซึ่งคาดว่าทั้ง 3 ท่านจะมาเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงการ ร่วมกันต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับที่ครบวงจร ตั้งแต่วิจัย พัฒนา ผลิตเครื่องมือแพทย์ และนำไปใช้ทำหัตถการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

-031

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top