วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้ สร้างความนิยมสินค้าบริการไทยในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่น และเชื่อมโยงภาพลักษณ์ประเทศไทยกับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยอดนิยมของญี่ปุ่น ทั้งมังงะและกาชาปอง ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมสูงและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากทั่วประเทศ
สำหรับความร่วมมือกับ KENELEPHANT Co., Ltd. ผู้ผลิตของเล่นแคปซูลรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้พัฒนาสินค้าขนาดเล็ก (Miniature Mascot) ที่หลากหลายเกี่ยวกับสินค้าและบริการไทย ในรูปแบบ “Thailand Official Gashapon” ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย
กาชาปองซีรีส์แรกเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วยสินค้าจำลอง 5 รายการ รวมจำนวนการผลิต 25,000 ชิ้น อาทิ
-คาแรกเตอร์น้องมะม่วง
-เบียร์ช้าง
-เงาะกระป๋อง
-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า
-รถไฟไทย
โดยวางจำหน่ายในร้าน KENELEPHANT ทุกสาขาและร้านกาชาปองทั่วประเทศ เช่น ชิมบาชิ อากิฮาบาร่า อุเอะโนะ โยโกฮาม่า นาโกยา ซัปโปโร เกียวโต รวมถึงสนามบินฮาเนดะ เป็นต้น
ทั้งนี้ตลาดกาชาปองญี่ปุ่นมีมูลค่ากว่า 64,000 ล้านเยน และมีตู้มากกว่า 700,000 ตู้ทั่วประเทศ ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟชิมบาชิซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 200,000 คนต่อวัน การนำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์ของไทยผ่านคอนเทนต์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งมังงะและกาชาปอง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายวัย และสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคญี่ปุ่นกับสินค้าไทยได้อย่าง ทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมเตรียมต่อยอดการทำงานร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในอนาคต
โดยในส่วนของความร่วมมือกับ MIARAWASHIYA LLC ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง Mariko Kobayashi ทีมผู้สร้างได้เดินทางมาเก็บข้อมูลในไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว “ผ้าไทย” ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเป็นพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มาสร้างเป็นมังงะเผยแพร่ในญี่ปุ่น
ผลงานล่าสุด “Soi Story Mangaka wa Thai no Roji – Soi – wo Yuku” ได้ตีพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม และมียอดจำหน่ายแล้วถึง 7,600 เล่ม วางขายทั่วประเทศญี่ปุ่นและออนไลน์บน Amazon พร้อมทั้งมีรูปแบบดิจิทัลให้บริการ และอยู่ระหว่างเตรียมพิมพ์เพิ่มจากกระแสตอบรับเชิงบวกของผู้อ่านชาวญี่ปุ่นที่สนใจประเทศไทย
นอกจากนี้ มังงะดังกล่าวยังมียอดอ่านออนไลน์กว่า 90,000 วิว โดยกลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงช่วงอายุ 20–39 ปี สะท้อนว่าคอนเทนต์ไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บัญชี SNS ของ Mariko Kobayashi มียอดผู้ติดตามมากกว่า 33,600 คน และยอด Impression รวมกว่า 7.5 ล้านครั้ง
นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โปรเจกท์ความร่วมมือกับบริษัท MIARAWASHIYA LLC ในครั้งนี้ ได้สร้างความสนใจให้กับวงการมังงะญี่ปุ่น และได้สร้างแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่นๆสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งล่าสุดนี้ทางสำนักงานกำลังจะต่อยอดสร้างความร่วมมือกับบริษัท Tatsunoko Production Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการทำมังงะถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าและบริการไทยเพื่อเจาะกลุ่ม First Jobber (กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานครั้งแรก) ชาวญี่ปุ่น โดยจะใช้การดึงดาราและ Influencer ดังชาวญี่ปุ่นมาร่วมเป็นตัวละครนำในมังงะชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดตัวได้ภายในช่วงต้นปีหน้านี้ และน่าจะช่วยสร้างกระแสของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ thaitrade.com
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี