วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า สนค. ได้วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกรายสินค้าและรายตลาด รวมถึงสถานการณ์ที่จะกระทบต่อการค้าในอนาคต พบว่า ทิศทางสินค้าส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมปี 2569 สินค้ากลุ่มดาวรุ่ง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีแรงขับเคลื่อนหลักจากการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อมุ่งสู่การยกระดับสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มสูง กระตุ้นความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ที่เพิ่มขึ้น สอดรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลขั้นสูง
กลุ่มสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อัญมณี และเครื่องปรับอากาศ ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน การชะลอตัวของกำลังซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และกำแพงภาษีที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสหรัฐ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน (ESG) เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันและเสถียรภาพทางการตลาดในระยะยาว ภายใต้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต
ทิศทางสินค้าส่งออกกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรปี 2569 โอกาสจากเมกะเทรนด์ความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางอุปสรรคด้านมาตรการทางการค้าและขีดความสามารถด้านต้นทุน โดยสินค้าที่มีโอกาสเติบโตได้ดีเป็นกลุ่มดาวรุ่ง ได้แก่ ไก่แปรรูป กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง เนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ โดยมีปัจจัยหนุนจากกระแสความมั่นคงทางอาหาร เมกะเทรนด์รักสุขภาพ และกระแสเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก ที่ยกระดับอุปสงค์สู่กลุ่มนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงภายใต้มาตรฐานสุขอนามัยที่เป็นยอมรับ
สินค้าเกษตรที่คาดว่าการส่งออกจะชะลอตัว เช่น ยางพารา ข้าว ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สิ่งปรุงรสอาหาร ผักกระป๋อง และผักแปรรูป เนื่องจากการเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสหรัฐ และจีน ควบคู่ไปกับแรงกดดันด้านขีดความสามารถการแข่งขันที่ลดลงจากปัจจัยค่าเงินบาทและต้นทุนการผลิตที่เสียเปรียบคู่แข่งสำคัญอย่างอินเดีย และเวียดนาม
ทิศทางตลาดส่งออกไทยปี 2569 อยู่ภายใต้แรงกดดันเชิงซ้อนจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวและนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ที่จะส่งผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจจะเริ่มมีทิศทางผ่อนคลาย แต่ยังมีความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากมีความเสี่ยงที่สหรัฐอาจใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่เจาะจงเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงภาวะเงินเฟ้อโลกยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการบริโภคในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ จีน และยุโรป
อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกยังมีโอกาสขยายตัวในกลุ่มตลาดศักยภาพใหม่ โดยเฉพาะอินเดีย ตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศ CLMV ที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตและกำลังซื้อภายในภูมิภาคที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
“การค้าระหว่างประเทศในอนาคตมีแนวโน้มที่จะจำกัดการเติบโตเพิ่มขึ้น จากมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดในหลายประเทศ ทำให้ไทยต้องปรับตัวในทุกมิติ การขับเคลื่อนด้วยทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเจรจาขยายสิทธิประโยชน์ทางการค้าในตลาดศักยภาพใหม่และบรรเทาผลกระทบจากกำแพงภาษี ควบคู่ไปกับการวางรากฐานการปรับโครงสร้างทางการส่งออกและปรับระบบนิเวศทางการค้าด้วยระบบ AI จะช่วยลดต้นทุนแฝงและสร้างโอกาสทางแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายนันทพงศ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี