ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนธันวาคม 2568 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนธันวาคม 2568 ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.
Tag :

นายนันทพงษ์  จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนธันวาคม 2568 เท่ากับ 112.4 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 (YoY) ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อพิจารณาเป็นรายหมวดดัชนีราคามีทั้งสูงขึ้นและลดลง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 5.5 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่เป็นโครงการต่อเนื่อง และการปรับราคาปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสแรกจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่การใช้พลังงานสะอาดส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นส่งผ่านมายังผู้บริโภค หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 1.0 จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง และคอนกรีตผสมเสร็จ ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ปูนซีเมนต์ หิน ทราย) หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.0 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กตัวซี และเหล็กตัว H จากผลกระทบหลายด้านทั้งจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน และมาตรการทางภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของหลายประเทศ เป็นปัจจัยกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศอย่างต่อเนื่อง หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 0.5 จากการลดลงของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ครอบสันโค้ง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น และหมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 3.9 จากการลดลงของโถส้วมชักโครก อ่างล้างหน้าเซรามิก ฝักบัวอาบน้ำ และราวจับสแตนเลส ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับต้นทุนพลังงานลดลง (ก๊าซธรรมชาติ ค่ากระแสไฟฟ้า)


รวมทั้งผู้ประกอบการชะลอการลงทุนโครงการก่อสร้างใหม่เนื่องจากยังมีอุปทานคงค้างของอสังหาริมทรัพย์สูงจากผลกระทบของการเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อ หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลงร้อยละ 1.1 จากการลดลงของสีทาถนน ชนิดสะท้อนแสง และสีน้ำอะครีลิค ทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี) และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการในช่วงปลายปีที่เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 1.5 จากการสูงขึ้นของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง) ในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นทำสถิติใหม่ สาเหตุจากความต้องการทองแดงเพิ่มขึ้นมากในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยี AI รวมทั้งมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9 จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีสาเหตุจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+) 

นายนันทพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 จากหลายสาเหตุ ดังนี้  (1) ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานที่วัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ทองแดง อลูมิเนียม เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านพลังงานสะอาด (2) กฎระเบียบการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น การบังคับใช้กฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก ที่ต้องปรับกระบวนการผลิตไปสู่การใช้พลังงานสะอาดส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (3) ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น จากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+) มีแผนระงับการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 (ม.ค. - มี.ค.) เนื่องจากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันและพลังงานจะล้นตลาด

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ทำให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ดังนี้ (1) ความล่าช้าจากการลงทุนโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ที่จะต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง (2) ปัจจัยทางด้านการเมืองที่อาจส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนโครงการใหม่เพื่อรอดูทิศทางและนโยบาย  ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง (3) หนี้ครัวเรือนที่สูงและอุปทานคงค้างของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว (4) วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังคงยืดเยื้อ มาตรการการปกป้องการนำเข้าเหล็กในหลายประเทศ ทำให้มีอุปทานเหล็กส่วนเกินสูง กดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top