วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
3 เมษายน 2569 นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของราคาน้ำมันในประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำข้อมูลราคาน้ำมันจากประเทศญี่ปุ่นมาเปรียบเทียบให้เห็นความต่าง พร้อมจี้รัฐบาลตรวจสอบ โดยโพสต์ระบุว่า
ราคาน้ำมันไทยขึ้นรัวๆโดยไม่เช็คสต๊อค คือการเปิดทางแสวงหาลาภกักตุน เพื่อถอนทุนเลือกตั้ง ใช่หรือไม่ ??!!
คุณอิฐบูรณ์ อ้นวงษา กรรมการคณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค หนีร้อน หนีราคาน้ำมันแพงพาภรรยาไปเที่ยวญี่ปุ่น
เย็นวันที่ 2 เมษายน เขาถ่ายรูปราคาหน้าปั้มน้ำมันญี่ปุ่นมาให้เห็นกันจะจะว่าราคาน้ำมันของญี่ปุ่นถูกกว่าบ้านเราแบบไม่เห็นฝุ่น ทั้งที่ไม่มีกองทุนน้ำมันมาชดเชย ไม่มีน้ำมันผสมหลากชนิด เป็นราคาตลาดเสรีของจริง
ป้ายสีแดงคือเบนซินธรรมดา 167 เยน เท่ากับเงินไทย ลิตรละ 35.07 บาท (167คูณด้วย 0.21)
ป้ายสีเหลือง เบนซินซุปเปอร์ 178 เยน เป็นเงินไทยลิตรละ
37.38 บาท
ป้ายสีเขียว ดีเซล 153เยน เทียบเงินไทยลิตรละ 32.13 บาท
สีน้ำเงิน น้ำมันก๊าด 128 เยน เทียบเป็นเงินไทยลิตรละ 26.88 บาท
ราคาน้ำมันญี่ปุ่นวันนี้
(2 เมษายน)ราคาลดลงมาก เมื่อเทียบกับวันที่ 26 มีนาคม2569 ที่เบนซินราคา41.58 เบนซินซุปเปอร์ 43.89 บาท และดีเซลลิตรละ 38.85 บาท
ที่สำคัญคือ ราคาน้ำมันของญี่ปุ่นไม่มีกองทุนน้ำมันอุดหนุนแม้แต่เยนเดียว
ดูราคาน้ำมันญี่ปุ่นแล้วหันมาดูไทยแลนด์แดนสนธยา ราคาน้ำมันไทยตั้งแต่หยุดตรึงราคาเมื่อกลางเดือนมีนาคมขึ้นรัวๆเกือบทุกวันเพื่อให้คนไทยคุ้นชิน หรือเจ็บจนด้านชากระดิกกระเดี้ยไม่ไหว ??!! โดยมีลิ่วล้อรัฐบาลกรอกหูคนไทยทุกวันว่าน้ำมันทั่วโลกขาดแคลน เขาขึ้นราคากันทั้งนั้น !!
เดือนมีนาคมขึ้นมา 6ครั้ง รวมวันเอพริวฟูลเดย์ 1 เมษายน และวันที่3 เมษายนรวมเป็น 8 ครั้ง กลุ่มเบนซินทุกชนิดขึ้นราคารวมเป็นเงิน 32.01 บาท ดีเซลขี้นรวมเป็นเงิน 21.8 บาท (ดูราคาในภาพประกอบ) ก่อนช่วงสถานการณ์วิกฤต ราคาอิงสิงคโปร์ไม่ได้ปรับทุกวัน มักใช้ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 2-3 วันค่อยปรับ แต่มาบัดนี้จะสร้างนิวนอร์มอลล์ เป็นปรับทุกวัน เพราะอะไร?!
หรือนี่คือการวางแผนมาตั้งแต่นายกอนุทินประกาศตรึงราคา15 วัน เพื่อให้“ไอ้โม่ง”พลังงานมีเวลาเริ่มกักตุนน้ำมัน ใช่หรือไม่ และโยนความผิดให้ประชาชนที่แตกตื่นกักตุนกันเอง ครั้นพ้นเวลาตรึงราคา15 วัน ก็ถึงเวลาปรับขึ้นราคาแบบรัวๆ โดยไม่มีการเช็คสต๊อคเก่า ก่อนปรับขึ้นราคาใหม่ เปิดช่องให้มีการนำ สต๊อคน้ำมันเก่าที่กักตุนไว้ มาขายในราคาใหม่ ถือเป็นการปล้นประชาชน ใช่หรือไม่ ?!?
รัฐบาลเป็นผู้เปิดช่องให้เกิดการกักตุน ใช่หรือไม่!!??
ผลจากการกักตุนน้ำมัน และการฉวยโอกาสขึ้นราคามหาโหด ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า“ลาภกักตุน” และ “ลาภลอย“ ขนาดมโหฬาร จากราคาน้ำมันอิงสิงคโปร์บวกราคาเสมือนนำเข้า ภายใต้สถานการณ์สงคราม เป็นราคารวมลาภลอย มูลค่าเฉียดแสนล้าน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 46 ปี นับจากยุคพล.อ เปรม ติณสูลานนท์ ที่เคยเกิดวิกฤตน้ำมันใหญ่กว่าครั้งนี้
แต่ครั้งนั้นกลับไม่มี “ไอ้โม่ง” ฉวยโอกาสหาประโยชน์เหมือนครั้งนี้ เพราะมีนายกรัฐมนตรี ชื่อ “พล.อ เปรม ติณสูลานนท์” และ มือทำงาน ชื่อ “โสภณ สุภาพงษ์” ที่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีการตรวจสต๊อคก่อนปรับขึ้นราคา และเรียกเงินคืนทุกครั้ง จนไร้การกักตุนเพื่อหาลาภกักตุนเหมือนครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ในยุคดิจิทัล
การตามหาร่องรอยอาชญากรรมทางเศรษฐกิจย้อนหลัง ทำได้อย่างแน่นอน เพราะการกระจายน้ำมันไปที่ใด การใช้สต๊อคเก่าขายราคาใหม่ ย่อมมีรายงานที่ติดตามได้ทั้งหมด
ขอวัดใจรัฐบาลชุดนี้ว่า จะกล้าตรวจสอบเหมือนสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เพื่อทวงคืนลาภกักตุนและลาภลอยที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงนี้ หรือไม่ ?!?
ถ้ารัฐบาลนิ่งเงียบไม่มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อทวงคืนลาภกักตุนที่มีไอ้โม่งในแวดวงธุรกิจน้ำมัน ปล้นเอาไป โดยการใช้สต๊อคน้ำมันที่กักตุน มาขายในราคาใหม่ที่ปรับขึ้น นอกจากนี้ต้องมีการตรวจสอบว่ามีการกักตุนโดยคนในแวดวงการเมือง บ้านใหญ่ ที่มีการใช้ข้อมูลวงใน (insider) เพื่อหาประโยชน์จากลาภกักตุนร่วมด้วยหรือไม่ ?!
ส่วนลาภลอยราคาน้ำมันที่สูงผิดปกติจากสถานการณ์สงคราม หัวใจสำคัญคือต้องหยุดลาภลอยเช่นนี้ ด้วยการกำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ปกติอยู่ที่ราคา 2บาทต่อลิตร พอเกิดวิกฤต ค่าการกลั่นกลับพุ่งสูงขึ้นเกิน10บาท เช่นในวันที่ 1 เมษายน ค่าการกลั่นสูงถึง 13.91 บาทต่อลิตร
ถ้านายกอนุทินสั่งให้กำหนดเพดานค่าการกลั่นแต่ละวันที่2บาท จะสามารถนำส่วนเกินค่าการกลั่น 13.91- 2 บาท = 11.91 บาท มาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นลงได้ทันที ทำให้ สามารถลดหรือไม่ต้องมีการชดเชยด้วยกองทุนน้ำมันให้เป็นภาระต่อประชาชน
หากนายกอนุทินไม่ทำอะไร ประชาชนย่อมมีสิทธิสงสัยว่านี่คือ การปล่อยให้โรงกลั่นได้ประโยชน์ลาภลอย มากเกินสมควรจากสถานการณ์สงคราม และยังปล่อย “ผีไอ้โม่ง” เพื่อหาลาภกักตุน แบบปล้นกันดื้อๆ หรือว่านี่คือ การถอนทุนเลือกตั้งครั้งมโหฬาร แบบมาเร็ว เคลมเร็ว ใช่หรือไม่ ??!!
รสนา โตสิตระกูล
2 เมษายน 2569
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี