542.jpg
ถอดบทเรียนอีกแล้ว วินทร์ เลียววาริณ แนะ อยู่เมืองไทยต้องพึ่งตัวเอง

ถอดบทเรียนอีกแล้ว วินทร์ เลียววาริณ แนะ อยู่เมืองไทยต้องพึ่งตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

วันนี้ 13 กรกฎาคม 2569 วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนสองซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเขียนข้อความร่ายยาวบอกเล่าประสบการณ์ในอดีตสมัยที่เจ้าตัวเรียนจบทางด้านสถาปัตยกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังอันน่ากลัวของโครงสร้างอาคารในไทย พร้อมทั้งเสนอแนะวิธีเอาตัวรอดให้กับประชาชนในยุคที่ต้องพึ่งพาตนเอง พร้อมข้อความว่า"ผมเรียนจบคณะสถาปัตย์ แต่ทำงานเป็นสถาปนิกในเมืองไทยแค่เดือนเดียว ที่เหลือทำงานที่ต่างประเทศ แต่แค่เดือนเดียวนั้นก็ทำให้ผมเรียนรู้ว่าในยุคนั้น (หวังว่าแค่ยุคนั้นยุคเดียว) แบบก่อสร้างอาคารสำนักงานมีสองแบบ แบบหนึ่งสร้างจริง อีกแบบหนึ่งใช้ขอใบอนุญาตจากทางราชการ ปกติตึกทั่วไปมีบันไดหนีไฟสองจุด แบบขอใบอนุญาตมีทางหนีไฟครบถูกต้องตามหลักการออกแบบตึกสากล ส่วนแบบก่อสร้างจริงลดทางหนีไฟออกไปหนึ่งจุด เพื่อประหยัดค่าก่อสร้าง เป็นบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงานว่า บ้านเราเต็มไปด้วยคนโกง สามารถโกงในเรื่องที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตคนด้วยโดยไม่แยแสชีวิตใคร ไม่มีจริยธรรม ไม่มีจรรยาบรรณของวิชาชีพ บ้านเรามีอาคารแบบนี้ไม่น้อย ด้วยความโลภของคนเกี่ยวข้อง

อาคารที่ถล่มไปตอนแผ่นดินไหว ถนนสายเจ็ดชั่วโคตรที่ตายบ่อยจนผู้สื่อข่าวขี้เกียจรายงานแล้ว มาจนถึงเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด ก็อาจเป็นตัวอย่างของเรื่องนี้ความโลภล้วนๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทางการก็ "ถอดบทเรียน" แล้วนำบทเรียนไปกองไว้ให้ฝุ่นจับอีก จนกว่าจะถึงเวลาถอดบทเรียนใหม่อีกรอบ แล้วชาวบ้านเดินดินอย่างเราจะทำอย่างไร? คำตอบคือดูแลตัวเอง เวลาไปศูนย์การค้า ก็ยอมเสียเวลานิด มองหาทางหนีไฟด้วย เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอัคคีภัยหรือไม่ แต่ถ้ามันเกิด เราก็มีทางหนีทีไล่ศูนย์การค้าที่วางพื้นที่ขายของกีดขวางทางเดิน ก็หลีกเลี่ยงหรือเลิกไปตลอดชีวิต ไปดูหนังที่ไหน ก็ดูทางหนีไฟเผื่อไว้


วินทร์ เลียววาริณ

คิดเสียว่าเราเป็นสายลับ เจสัน บอร์น ที่มีคนตามล่าตลอด ต้องหาทางหนีทุกที่ที่ไปเยือน เผื่อไว้เสมอกันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่คนอื่นถอดยึดสองคำสอนทางพุทธให้มั่น 1 ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท 2 ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน วินทร์ เลียววาริณ 13-7-26"

วินทร์ เลียววาริณ

หลังจากที่โพสต์ของ วินทร์ เลียววาริณ เผยแพร่ลงมาได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตเจ้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

"จริงค่ะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนที่แท้จริง"

"ผมคิดว่าถึงแม้ว่างานด้านวิศวกรรมและระบบป้องกันอัคคีภัยจะมีพร้อม แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ และที่สุดแล้วความมีสติสัมปชัญญะ คือเครื่องมือสุดท้ายในการเอาชีวิตรอดครับ หรือไม่มันคงต้องทำเอกสาร "คู่มือการเอาชีวิตรอดจากอัคคีภัยสำหรับผู้อยู่ในอาการเมาสุรา" แล้วครับ"

"พกไฟฉายติดตัวตลอดครับ"

"ก็ต้องถอดบทเรียนกันตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์"

"จักรกฤษณ์ จิรอุไรพงศ์ ต้องยึด 2 บทนั้นจริงๆครับ สาธุ"

"การมองหาทางหนีไฟไว้ก่อนสำคัญจริงๆค่ะเกิดอะไรขึ้นต้องรู้ว่าจะออกทางไหนได้บ้าง เราไปโรงแรมไหน เรามองผังอาคารหาทางหนีไฟไว้ก่อนอันดับแรก"

"ขอบคุณค่า"

"อยู่เมืองไทยต้องเรียนรู้กฏนี้ Murphy's Law (กฎของเมอร์ฟี่) "อะไรก็ตามที่สามารถผิดพลาดได้ มันก็จะผิดพลาดอย่างแน่นอน"

"มณีรัตน์ อาทิตย์ภิรมย์ มนุษย์ควรใช้ชีวิตที่ควรจะเป็น"

วินทร์ เลียววาริณ

วินทร์ เลียววาริณ

วินทร์ เลียววาริณ

วินทร์ เลียววาริณ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วินทร์ เลียววาริณ
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top