วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
เวิร์คเวนเจอร์” ผู้นำด้านที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างครบวงจร และผู้จัดทำผลสำรวจ Top 50 Companies in Thailand เผยผลสำรวจ “Top 50 Companies in Thailand 2026” พบปีนี้คนรุ่นใหม่เทคะแนนโหวตให้กับ “เอสซีจี” ยักษ์ใหญ่ของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลักในกลุ่มซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เคมิคอลส์ และแพคเกจจิ้ง เป็นบริษัทในฝันที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ตามมาด้วย“ปตท.” บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและปิโตรเคมีครบวงจรของไทย ครองอันดับ 2 และ “กูเกิล” บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ครองอันดับ 3
นายเย็นส์ โพลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด เปิดเผยว่า การสำรวจ Top50 Companies in Thailand หรือ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด เป็นการสำรวจเดียวในประเทศไทยที่ไม่ได้ตัดสินโดยกรรมการ แต่ตัดสินโดยคนทำงานตัวจริง และเป็นการสำรวจที่มีคนร่วมโหวตมากที่สุดในประเทศ ซึ่งเวิร์คเวนเจอร์ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยปีนี้ได้รวบรวมความคิดเห็นจากคนทำงานจำนวน 12,167 คน อายุระหว่าง 22-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำการสำรวจระหว่างเดือน ตุลาคม - ธันวาคม 2568 ทั้งจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยคำถามปลายเปิดที่ให้อิสระทางความคิด โดยไม่ผ่านการชี้นำใด ๆ ว่า ‘บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใคร และเพราะอะไร’
นอกจาก เอสซีจี ปตท. กูเกิล ที่ได้รับโหวตเป็นอันดับ 1-3 ตามลำดับแล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำอีก 47 แห่ง ได้รับโหวตให้เป็นบริษัทในฝันของคนรุ่นใหม่ ดังนี้
อันดับ 4-10 ได้แก่ ไลน์ อโกด้า เอสซีบีเอกซ์ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี บางจาก ไทยเบฟ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ตามลำดับ
อันดับ 11-20 ได้แก่ ช้อปปี้ ธนาคารกสิกรไทย ยูนิลีเวอร์ แสนสิริ ติ๊กต็อก เน็ตฟลิกซ์ กลุ่มเซ็นทรัล เครือเจริญโภคภัณฑ์ โคตรคูล เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตามลำดับ
อันดับ 21-30 ได้แก่ ลาซาด้า ไทยออยล์ เอสซี แอสเสท โอสถสภา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สหพัฒนพิบูล เอไอเอส เมต้า ทรู คอร์ปอเรชั่น มิตรผล ตามลำดับ
อันดับ 31-40 ได้แก่ ซันโทรี่ พีแอนด์จี ลอรีอัล บิทคับ เดอะสแตนดาร์ด เทสลา ธนาคารกรุงไทย พีทีจีเอ็นเนอยี เอคเซนเชอร์ อายิโนะโมะโต๊ะ ตามลำดับ
อันดับ 41-50 ได้แก่ บุญรอดบริวเวอรี่ เอฟดับบลิวดี ยูนิชาร์ม กฟผ. ตลาดหลักทรัพย์ ลากลาส ฮอนด้า บีทีเอส กรุ๊ป เอพีไทยแลนด์ ยูนิโคล่ ตามลำดับ
“ผลสำรวจปีนี้สะท้อนให้เห็นความต้องการที่หลากหลายของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่งานที่ช่วยเติมเต็มเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงการทำงานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของการจัดอันดับในปีนี้” นายเย็นส์ กล่าว
ความน่าสนใจของผลสำรวจปีนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงลำดับอุตสาหกรรม โดยแชมป์ใหม่เป็นของ กลุ่มเทคโนโลยี ที่มีบริษัทติดโพลมากที่สุดถึง 6 บริษัท ตามมาด้วยอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และอันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม จากเดิมในปี 2568 อันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มบันเทิงและสื่อ นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองใน กลุ่มความงาม ที่ปีนี้มาแรงโดยมีบริษัทติดอันดับถึง 2 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างชัดเจนสำหรับคนทำงานที่มองหาความท้าทาย เพราะอุตสาหกรรมรีเทลเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการเรียนรู้ มีการปรับกลยุทธ์เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้คนทำงานต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ถัดมาคือ กลุ่มบันเทิงและสื่อ ซึ่งคนรุ่นใหม่สนใจจากเนื้องานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงาน ส่วน กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นกลุ่มบริษัทในฝันสำหรับผู้ที่มองหาความมั่นคงควบคู่กับเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน เพราะความแข็งแกร่งของแบรนด์และระบบการบริหารจัดการคือโอกาสการเติบโตอย่างมืออาชีพ
นอกจากการประกาศผลการจัดอันดับบริษัทในฝันของคนรุ่นใหม่แล้ว เวิร์คเวนเจอร์ยังได้เผยผลวิเคราะห์ Employer Branding Super Trends 2026 ผ่านการบรรยายในหัวข้อ ทาเลนต์ไทย 2569: ถอดรหัสคนทำงานไทย เกมใหม่ของคนเก่งที่องค์กรต้องรู้ โดย นายจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า Employer Branding Super Trends ในปีนี้ชี้ให้เห็น 3 เทรนด์ใหญ่ที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่ง (Talent) ในยุคที่ข้อมูลและพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เทรนด์แรกคือ ผู้นำต้องสื่อสารด้วยตัวเอง ซึ่งข้อมูลจากเวิร์คเวนเจอร์และแนวโน้มระดับโลกชี้ว่าผู้สมัครงานให้ความเชื่อถือชื่อเสียงของผู้นำองค์กรเพิ่มขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น Satya Nadella (Microsoft) หรือ Brian Chesky (Airbnb) ที่ใช้ช่องทางออนไลน์และสื่อสาธารณะสื่อสารวิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อถือ ความโปร่งใส และแรงดึงดูดของ Employer Brand ดังนั้น ในปี 2569 ผู้นำองค์กรไทยจึงต้องลงสนามสื่อสาร แบรนด์ด้วยตัวเองแทนที่จะให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคลฝ่ายเดียว
เทรนด์ที่สองคือ พลังเสียงของพนักงาน ถือเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ เนื่องจากข้อมูลระบุว่าเครือข่ายโซเชียลของพนักงานรวมกันมีขนาดใหญ่กว่าช่องทางทางการขององค์กรถึง 10 เท่า และโพสต์จากตัวบุคคลยังได้รับการมองเห็นมากกว่าโพสต์ในนามบริษัทหลายเท่าตัว การสร้างระบบที่สนับสนุนให้พนักงานเล่าเรื่องราวการทำงานจริงด้วยความภาคภูมิใจจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความเชื่อถือให้กับผู้สมัครงานได้ดี
เทรนด์สุดท้ายคือ AI & Generative Engine Optimization (GEO) เนื่องจากในปี 2569 พฤติกรรมการค้นหางานจะเปลี่ยนจากการใช้เสิร์ชเอนจินแบบเดิมไปสู่การถามคำถามกับ AI เช่น “ทำงานที่บริษัท X เป็นอย่างไร” “บริษัท X เทียบกับบริษัท Y เป็นอย่างไร” ทำให้ AI กลายเป็นประตูหน้าในการสร้างภาพลักษณ์นายจ้างโดยตรง ซึ่งงานวิจัยของ Edelman คาดว่าการค้นหาผ่านระบบตอบคำถามด้วย AI จะเพิ่มขึ้นกว่า 50% ภายในปี 2571
ในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ ได้แก่ ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ ที่มาให้มุมมองในหัวข้อ Employer Branding 2026: ทางรอดธุรกิจหรือกลยุทธ์ยั่งยืน? เมื่อ CEO ต้องควบตำแหน่ง Chief Employer Branding Officer รวมถึง คุณชญาน์ ทัตวงศ์มณี นักเขียนและเจ้าของเพจท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานยุคใหม่
ผู้สนใจสามารถติดตามผลการจัดอันดับ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2569 และบทวิเคราะห์เจาะลึกฉบับเต็มได้ที่ https://top50.workventure.com/2026
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี