เมกะโปรเจกต์ช้า-อสังหาฯซบ กดดัน‘ราคาวัสดุก่อสร้าง’ปี’69 วืดเป้า

เมกะโปรเจกต์ช้า-อสังหาฯซบ กดดัน‘ราคาวัสดุก่อสร้าง’ปี’69 วืดเป้า

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนธันวาคม 2568 เท่ากับ 112.4 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 (YoY) ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อพิจารณาเป็นรายหมวดดัชนีราคามีทั้งสูงขึ้นและลดลง เช่น หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 5.5 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่เป็นโครงการต่อเนื่อง และการปรับราคาปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสแรกจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นส่งผ่านมายังผู้บริโภค

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.0 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กตัวซี และเหล็กตัว H จากผลกระทบหลายด้านทั้งจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน และมาตรการทางภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของหลายประเทศ เป็นปัจจัยกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศอย่างต่อเนื่อง


หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 0.5 จากการลดลงของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ครอบสันโค้ง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น และหมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 3.9 จากการลดลงของโถส้วมชักโครก อ่างล้างหน้าเซรามิก ฝักบัวอาบน้ำ และราวจับสแตนเลส ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับต้นทุนพลังงานลดลง รวมทั้งผู้ประกอบการชะลอการลงทุนโครงการก่อสร้างใหม่เนื่องจากยังมีอุปทานคงค้างของอสังหาริมทรัพย์สูงจากผลกระทบของการเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อ เป็นต้น

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 จากหลายสาเหตุ 1.ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานที่วัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น 2.กฎระเบียบการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น และ 3.ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น จากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+) มีแผนระงับการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพราะกังวลว่าอุปทานน้ำมันและพลังงานจะล้นตลาด

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ทำให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ คือ 1.ความล่าช้าจากการลงทุนโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ ที่จะต้องรอการอนุมัติจาก ครม.หลังการเลือกตั้ง 2.นักลงทุนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ เพื่อรอดูนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 3.หนี้ครัวเรือนที่สูงและอุปทานคงค้างของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว และ 4.วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังยืดเยื้อ มาตรการการปกป้องการนำเข้าเหล็กในหลายประเทศ ทำให้มีอุปทานเหล็กส่วนเกินสูง กดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top