วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘สนค.’ลงพื้นที่ปลูกข้าวภาคกลาง‘นครปฐม สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา’ ผลักดันเกษตรกรปลูก‘ข้าวมูลค่าสูง กลุ่มข้าวรักษ์โลก’ หารือภาครัฐ-เกษตรกรได้ข้อสรุป‘5 มาตรการ’ขับเคลื่อน ผลักดันปลูกข้าวฟื้นฟูนิเวศน์ รัฐช่วยเชื่อมโยงซื้อขาย จัดโซนนิ่งปลูก ช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลาเครดิตเทอมให้สั้นลง เผยยังจะศึกษาประเทศต้นแบบการผลิต การค้าข้าวคุณภาพสูง ก่อนทำแผนขับเคลื่อนต่อไป
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวว่า ได้นำทีม สนค. พร้อมคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกในจังหวัดภาคกลาง คือ นครปฐม , สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภายใต้โครงการศึกษาการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อรวบรวมข้อมูล และโอกาสในการพัฒนาข้าวไทยสู่ตลาดโลก เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของประเทศ มีศักยภาพสูงในการทำข้าวมูลค่าสูงกลุ่มข้าวรักษ์โลก อาทิ ข้าวนาเปียกสลับแห้ง ข้าวปลอดภัย เป็นต้น
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกร จ.นครปฐม ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน , จ.สุพรรณบุรี ได้แก่ กลุ่มนาแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ ต.เดิมบาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ (กรมการข้าว) สภาเกษตรกรจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาคมโรงสีข้าวสุพรรณบุรี บริษัท ซิตโต้ อินเตอร์เทรด จำกัด รวมถึง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวปลอดภัยหนองน้ำใหญ่ เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลการหารือ เบื้องต้นมีข้อเสนอแนะสำคัญในการขับเคลื่อนข้าวมูลค่าสูง ได้แก่ 1.ปรับจุดขายจาก Low Carbon เป็น Regenerative Rice ควรปรับกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดจากผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือลดคาร์บอนจากการปลูกข้าว เป็นการผลิตที่เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้จริง รวมถึงการปลูกข้าวฟื้นฟูระบบนิเวศ (Regenerative Rice) ซึ่งเป็นคำที่ตลาดพรีเมียมในต่างประเทศรับรู้และให้คุณค่ามากกว่า โดยภาครัฐควรสนับสนุนการวิจัยพันธุ์ข้าวที่ทนทานต่อสภาพอากาศและใช้น้ำน้อย เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกัน
2.กลยุทธ์ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม โดยภาครัฐและเอกชนทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับซื้อที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างชัดเจน ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรม CSR ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน Green Finance เพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและเทคโนโลยี 3.การจัดโซนนิ่งและการผลิตให้ตรงกับศักยภาพพื้นที่ พื้นที่ให้ผลผลิตสูง เน้นการลดต้นทุน ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรเสริมการผลิต รวมถึงทำตลาด Mass หรือข้าวอุตสาหกรรม ขณะที่พื้นที่ให้ผลผลิตต่ำ ไม่เน้นแข่งเรื่องปริมาณ แต่เน้นการผลิตข้าวคุณภาพพิเศษ เช่น ข้าว GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ข้าวโภชนาการสูง (Low GI/Low Sugar) หรือข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มชดเชยปริมาณที่มีน้อย
4.การแก้ปัญหาโครงสร้างราคาและต้นทุน โดยลดต้นทุนที่ต้นน้ำ เช่น ค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิต มากกว่าการใช้นโยบายอุดหนุนราคาที่ปลายเหตุ ซึ่งสร้างภาระด้านงบประมาณและไม่เกิดความยั่งยืนทางการผลิต และ 5.การกำหนดกรอบระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) ระหว่างภาคธุรกิจ หน่วยงานต่าง ๆ และชุมชนให้สั้นลง พร้อมสนับสนุนแหล่งเงินทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ชุมชนอยู่รอดได้อย่างมั่นคง
“สนค. มีแผนจะศึกษาประเทศต้นแบบด้านการผลิตและการค้าข้าวมูลค่าสูง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับรายได้เกษตรกร และขยายโอกาสทางการค้าสินค้าข้าวมูลค่าสูง ให้เกษตรกรไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและพร้อมรับการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป” นายนันทพงษ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี