วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายหดตัว การขาดอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น
นายอัสสเดช กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดย ตลท. วางแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (ปี 69-71) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” แผน 3 ปีนี้จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) ที่สำคัญคือฟื้นฟูความเชื่อมั่น สร้างโอกาสใหม่ๆให้ทุกภาคส่วน
นายอัสสเดช กล่าวว่า แผนที่ 1.รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence) ทาง ตลท.จะดึงดูด Fund Flow ผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังสภาพคล่องลดลงจากหลายปัจจัยกดดัน และเตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่กับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ จะยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ ผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียน พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ.ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ.ในโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง รวมถึงส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader
2.ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders) โดยสร้าง SET Climate Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งาน
นายอัสสเดช กล่าวว่า ส่วนแผนที่ 3 คือ เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People) โดยจะพัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal และขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ
ทั้งนี้ ปี68 ตลท.ได้ดำเนินโครงการ JUMP+ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ บจ. มี บจ. 110 บริษัทเข้าร่วม พร้อมขยายเวลาโครงการถึง 31 มี.ค.69 , Bond Connect Platform เพื่อให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้น มี 15 บล.เข้าร่วม คาดว่าจะเปิดซื้อขายไตรมาส 1/69 ขณะที่ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) เติบโตต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นความเชื่อมั่น ได้ดำเนินมาตรการชั่วคราวรับมือความผันผวนใน SET , mai และ TFEX โดยปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor และ Dynamic Price Band เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี