533.jpg
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.29 น.

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ชี้นักลงทุนจับตาแรงหนุนเงินไหลเข้า-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนกรกฎาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 20-31กรกฎาคม 2569)  ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 146.72นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และสถานการณ์การเมืองในประเทศ


ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

1.ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (ตุลาคม 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 146.72

2.ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” กลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

3.หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร (BANK)

4.หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)

5.ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน

6.ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 นายไพบูลย์ กล่าวว่า ผลสำรวจ ณ เดือนกรกฎาคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม11.9% อยู่ที่ระดับ 119.49 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 25.0% อยู่ที่ระดับ 166.67 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 1.8% อยู่ที่ระดับ 126.32 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 25.0% อยู่ที่ระดับ166.67

​โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 SET Index ปรับตัวขึ้นเกือบตลอดเดือน ก่อนเผชิญแรงขายในช่วงปลายเดือนโดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย และมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่างชาติต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย จากความคาดหวังต่อเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบาย และการฟื้นตัวของภาคส่งออก  อย่างไรก็ดี ตลาดยังมีความผันผวนจากความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ในระยะต่อไป ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ภายหลังบริษัทจดทะเบียนประกาศผลประกอบการไตรมาส2/2569 โดย SET Index ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ปิดที่ 1,623.64 ปรับตัวเพิ่ม 2.04% จากเดือนก่อนหน้าปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 87,397 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 75,864 ล้านบาท

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังกระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2569 เป็น 2.5% จากแรงหนุนของการส่งออกและการลงทุน ความต่อเนื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปีรวมถึงผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศ

ส่วนในด้านปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน Fed หลังการประชุมล่าสุดที่ยังคงส่งสัญญาณระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ความผันผวนของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและความผันผวนของตลาดการเงินรวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯโดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าต่อสินค้าไทยในอัตรา12.5% ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการส่งออกและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไป

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top