วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุม นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้สั่งให้กระทรวงคมนาคม ยกเลิกสัญญา บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ทั้ง 2 โครงการคือ 1.โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M82 (ช่วงที่ 2 เอกชัย-บ้านแพ้ว) โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในสัญญาที่ 7 ช่วงกิโลเมตรที่ 29+722 ถึงกิโลเมตรที่ 31+207 ระยะทางรวม 1.43 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 1,868 ล้านบาท มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง 2. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกัน
อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งคณะการสอบข้อเท็จจริงโดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธานและผู้เกี่ยงข้องรวม 20 ท่าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และต้องสรุปผลสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และเสนอต่อนายกฯ รับทราบต่อไป
ขณะเดียวกัน สัญญาในโครงการอื่นๆ ที่ ITD เป็นคู่สัญญาร่วม ให้หยุดทุกสัญญาไว้ก่อน เพื่อให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนว่าจะสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่ โดยระหว่างการให้หยุดดำเนินการ จะชดเชยเวลาให้และไม่มีการปรับใดๆ ส่วนการขึ้นบัญชีดําหรือไม่นั้นขึ้น อยู่ที่กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา
ส่วน กรณี อุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569นั้น ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของที่ผ่านมา โดยได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ และพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาท ต่อราย ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย
ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต
รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี