พิพัฒน์  ตั้งคณะสอบฯ อิตาเลียนไทย ทุกสัญญา

พิพัฒน์ ตั้งคณะสอบฯ อิตาเลียนไทย ทุกสัญญา

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ผลการประชุม นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้สั่งให้กระทรวงคมนาคม ยกเลิกสัญญา บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ทั้ง 2 โครงการคือ 1.โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M82 (ช่วงที่ 2 เอกชัย-บ้านแพ้ว) โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในสัญญาที่ 7 ช่วงกิโลเมตรที่ 29+722 ถึงกิโลเมตรที่ 31+207 ระยะทางรวม 1.43 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 1,868 ล้านบาท มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง 2. โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกัน

อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งคณะการสอบข้อเท็จจริงโดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธานและผู้เกี่ยงข้องรวม 20 ท่าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และต้องสรุปผลสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และเสนอต่อนายกฯ รับทราบต่อไป


ขณะเดียวกัน สัญญาในโครงการอื่นๆ ที่ ITD เป็นคู่สัญญาร่วม ให้หยุดทุกสัญญาไว้ก่อน เพื่อให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนว่าจะสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่ โดยระหว่างการให้หยุดดำเนินการ จะชดเชยเวลาให้และไม่มีการปรับใดๆ ส่วนการขึ้นบัญชีดําหรือไม่นั้นขึ้น อยู่ที่กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา

ส่วน กรณี อุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569นั้น  ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของที่ผ่านมา โดยได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ และพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาท ต่อราย ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย
ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน
   
นอกจากนี้ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น
   
ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
   
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต
รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top