กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ ปี’68 อัดฉีด 2,271 ล้าน เติมทุนผู้ประกอบการไทย

กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ ปี’68 อัดฉีด 2,271 ล้าน เติมทุนผู้ประกอบการไทย

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.25 น.

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน เงินทุนหมุนเวียนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพยุงให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้เป็นไปอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ใน 2568 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯได้ปล่อยสินเชื่อ “เสือติดปีก” จำนวนกว่า 1,621 ล้านบาท และ สินเชื่อ “คงกระพัน” จำนวนกว่า 650 ล้านบาท รวม 2,271 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจ ให้ SME สามารถยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์ และในปี 2569 นี้ กองทุนฯมีแผนในการจัดสรรสินเชื่อใหม่ ที่เหมาะกับความต้องการของผู้ประกอบการในปัจจุบัน เพื่อให้ได้รับโอกาสได้อย่างเท่าเทียมโดยรักษาธุรกิจของคนไทยไว้ ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายจากปัจจัยภายในและภายนอก สามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันกับผู้ประกอบการและอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศ


นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ก็เป็นโอกาสที่จะสร้างการขยายตัวของธุรกิจ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสถานประกอบการให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อปกป้องธุรกิจและ SMEs ไทย เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายนี้ คือ บริษัท ช้างทอง อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตรรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น เป็นโมเดลของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาธุรกิจโดยใช้แหล่งเงินทุนภาครัฐ เพื่อขยายขีดความสามารถการแข่งขันสู่ตลาดต่างประเทศ

โดยเมื่อปี 2563 บริษัทดังกล่าวได้รับอนุมัติสินเชื่อจากโครงการ “โตไว ไทยยั่งยืน” วงเงิน 3 ล้านบาท นำมาก่อสร้างอาคารคลังสินค้าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อเครื่องหยอดข้าวโพดจากประเทศอินโดนีเซีย และใช้อีกส่วนเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ นอกจากจะทำให้กิจการมีความมั่นคงขึ้นแล้ว ยังสามารถขยายตลาดได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาคการเกษตรให้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ทุ่นการใช้แรงคน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของลูกค้า“นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในจังหวัดต่างๆที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากกองทุนฯ ทำให้ธุรกิจเติบโต ยืนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตรงกับเป้าหมายของกองทุนฯ ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อลดแนวโน้มการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนฯ สามารถจัดสรรสินเชื่อใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง” นางดวงดาว กล่าว

นายชัยศักดิ์ วรวิริยะประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างทอง อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีการดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2521 เป็นผู้ผลิตสินค้า อาทิ เครื่องหยอดข้าว เครื่องหยอดข้าวโพด และอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถ จำหน่ายให้กับกลุ่มบริษัทเอกชน ร้านค้าเกษตรทั่วไป และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ โดยมีการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิตสินค้าถึง 80% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะยื่นขอสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเพิ่มเติม เพื่อติดตั้ง Solar Cell ในโรงงาน เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ด้วยการใช้พลังงานสะอาดและสร้างความยั่งยืนในอนาคต

-033

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top