จับกระแสพลังงาน : 20 มกราคม 2569

จับกระแสพลังงาน : 20 มกราคม 2569

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

** บมจ.ไทยออยล์...คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (19 – 23 ธ.ค. 68)....โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบผันผวนเนื่องจากความตึงเครียดของสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านเริ่มทวีความรุนแรง ขณะที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทรกแซงโดยใช้ปฏิบัติการทางทหาร ทั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาเตือนสหรัฐฯว่าหากสหรัฐฯ เปิดฉากการโจมตี อิหร่านก็พร้อมที่จะตอบโต้กลับ นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียดจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบหยุดชะงักหลังมีรายงานว่า ยูเครนทำการโจมตีโครงสร้างพลังงานพื้นฐาน รวมถึงแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบแห่งหนึ่งบริเวณแถบทะเลแคสเปียน ท่ามกลางความคืบหน้าข้อตกลงสันติภาพ อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงไม่มีท่าทีที่จะตอบรับต่อมาตรการนี้ ทั้งนี้ ตลาดยังคงจับตาความเคลื่อนไหวการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยว่าอาจพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนหลังการประกาศคำพิพากษาของศาลฎีกาสหรัฐฯต่อคดีนโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดโดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าศาลอาจตัดสินว่าการใช้อำนาจจัดเก็บภาษีของผู้นำสหรัฐฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย...ไทยออยล์...คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล…ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 61-71 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล…


**  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) และการไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad: TNB) ร่วมลงนามสัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0) ...การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี เป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ไปยังสิงคโปร์ ปริมาณขั้นต่ำ 30 เมกะวัตต์ สูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และ 2. การซื้อขายไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อรวมไฟฟ้าสะอาดจาก สปป.ลาว จะมีปริมาณสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์…

** เหตุอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้โรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชุดที่ 1 จำนวน 2 เครื่อง และชุดที่ 2 จำนวน 2 เครื่อง กำลังการผลิตรวม 1,476 เมกะวัตต์ ได้รับความเสียหาย ต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 หลังสถานการณ์คลี่คลาย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ได้เร่งกู้คืนและฟื้นฟูโรงไฟฟ้าจะนะได้แล้ว  และได้ทดสอบการเดินเครื่อง...โดยระยะแรก โรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 2 เครื่องที่ 1 ขนาดกำลังผลิต 383 เมกะวัตต์ สามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 ใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 41 วันจากเป้าหมาย 60 วัน ....สำหรับระยะถัดไป กฟผ. อยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 เครื่องที่ 1 และชุดที่ 1 เครื่องที่ 2 กำลังการผลิตหน่วยละ 355 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าคืนความพร้อมภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 2 เครื่องที่ 2 กำลังการผลิต 383 เมกะวัตต์ ได้เริ่มฟื้นฟูแล้ว และมีกำหนดทดสอบเดินเครื่องเพื่อคืนความพร้อมภายในเดือนมีนาคม 2569 ...

** หลังจากที่กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้มีหน่วยงานต่าง ๆ สนใจยื่นข้อเสนอเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 282 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 1,660 ล้านบาท ....โครงการที่ได้รับอนุมัติแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก การสนับสนุนการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยจะเป็นการร่วมจ่าย (Co-Pay) ระหว่างกองทุนฯ กับหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุน โดยคณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติ 141 โครงการ วงเงินสนับสนุนประมาณ 251 ล้านบาท ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นการสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)….กลุ่มที่สอง เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการสร้างความรู้ให้สังคม จำนวน 141 โครงการ วงเงินสนับสนุนประมาณ 1,409 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับประชาชน โรงเรียนรัฐบาลที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และโรงพยาบาลของรัฐ โครงการสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการวิจัยพัฒนาและสาธิตเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านพลังงาน และโครงการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ฯลฯ....

** ในปี 2569 นี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  มีแผนจะเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วประเทศทั้งแหล่งบนบกและในทะเล ซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตปิโตรเลียมในไทยส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งขนาดเล็กหลายๆ แหล่ง ส่วนแหล่งผลิตขนาดใหญ่มีไม่มากนัก...ดังนั้นเพื่อให้เกิดการลงทุนผลิตปิโตรเลียมมากขึ้นโดยเฉพาะแหล่งผลิตขนาดเล็กๆ หลายๆ แหล่ง กรมฯ จึงได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลชุดใหม่ พิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพื่อปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียม ให้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมทั้งขนาดเล็กมากๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่…แผนงานการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม สอดคล้องกับข้อเสนอของ นายมนตรี  ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด ( มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เสนอให้รัฐแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม เพื่อปลดล็อคปัญหาการที่แหล่งปิโตรเลียมหมดอายุระยะเวลาการต่อสัมปทาน และไม่สามารถต่ออายุได้อีก ทั้งๆที่ยังมีศักยภาพในการผลิตเหลืออยู่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความไม่ต่อเนื่องเช่นเดียวกับแหล่งเอราวัณในอ่าวไทย ที่ทำให้ปริมาณการผลิตลดลงอย่างมากในปี 2566-2567 เนื่องจากผู้รับสัญญารายใหม่ ไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมการผลิตได้...**  

 

** กระบองเพชร**

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top