ศก.ฟื้นช้า-หนี้ครัวเรือนพุ่ง ทำตลาดรับสร้างบ้านปี’68ร่วง21%

ศก.ฟื้นช้า-หนี้ครัวเรือนพุ่ง ทำตลาดรับสร้างบ้านปี’68ร่วง21%

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.20 น.

 

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกลุ่มบริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเผชิญกับ “พายุสมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ทั้งจากโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นตัวล่าช้า ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแตะระดับ 90% ของ GDP รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาวของผู้บริโภค


ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลพบว่ามูลค่าตลาดบ้านสร้างเองในปี 2568 ลดลงเหลือเพียง 112,000 ล้านบาท จากในปี 2567 ซึ่งมูลค่าตลาดอยู่ที่ 130,000 ล้านบาท) ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้าน (ดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน) หดตัวลงถึง 21% โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 14,300 ล้านบาท นับเป็นการถดถอยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

สำหรับหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของปี 2568 คือการที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ (Listed Companies) นำโดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หันมารุกตลาดรับสร้างบ้านบนที่ดินลูกค้าอย่างเต็มตัว เพื่อระบายศักยภาพด้านการผลิตและวิศวกรรมในช่วงที่ตลาดบ้านจัดสรรชะลอตัว ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้ตลาดมีการแข่งขันที่ “ยกระดับ” ขึ้นทันที โดยรายใหญ่พยายามนำเทคโนโลยี Precast มาปรับใช้เพื่อความรวดเร็ว ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านดั้งเดิมต้องชูจุดเด่นเรื่อง “ความประณีต” และ “การออกแบบที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล” นอกจากนี้การเข้ามาของแบรนด์ระดับมหาชนช่วยลดความกังวลเรื่อง “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องสร้างความมั่นใจในระดับสูงสุดให้กับผู้บริโภคจึงจะอยู่รอดได้

ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจ บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คาดการณ์มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านในปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 17,000-18,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2568 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขาของผู้ประกอบการรายเดิมและการรุกตลาดของรายใหม่ โดยประเมินว่าธุรกิจรับสร้างบ้าน (ดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน) จะมีการแชร์ส่วนแบ่งจากมูลค่าตลาดรวม “บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคตะวันออก ที่มีศักยภาพ (High Potential Zones) เช่น ชลบุรี และระยอง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค และการย้ายถิ่นฐานของกลุ่ม Expat

นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่ในจังหวัดหัวเมืองรองและเมืองท่องเที่ยว เช่น ลพบุรี นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช ที่กลุ่มผู้ซื้อวัยทำงานย้ายกลับไปสร้างรากฐานในบ้านเกิดเพื่อหนีค่าครองชีพในกรุงเทพฯ ตลอดจนพื้นที่ในจังหวัดศูนย์กลางภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และภูเก็ต ยังคงเป็นทำเลทองที่มีกำลังซื้อสะสมสูง

โดยปี 2569 นี้จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วย “เทคโนโลยี” โดยเฉพาะบทบาทของ AI ที่กลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผู้บริโภคในการเปรียบเทียบข้อมูล (Hyper-personalization) ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวรองรับ 4 เมกะเทรนด์สำคัญ ประกอบด้วย 1.Wellness & Air Quality โดยให้ความสำคัญกับบ้านต้องเป็น Safe Zone ป้องกัน PM 2.5 และเชื้อโรค, 2.Universal Design การออกแบบที่รองรับสังคมสูงวัย (Aging Society) แบบไร้รอยต่อ, 3.Sustainability บ้านที่มีนวัตกรรม Green Home และ Solar Cell เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และ 4.Generational Change: ตอบโจทย์ Gen Y และ Gen Z ที่ต้องการบ้านอัจฉริยะที่สะท้อนตัวตน

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังดูเปราะบาง แต่ปี 2569 คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความพร้อม เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างนิ่ง ตลาดในปี 2569 นี้จะเป็นการแข่งขันเพื่อมอบความคุ้มค่าเหนือราคา ผู้ประกอบการรายใดที่ไม่สามารถปรับตัวสู่นวัตกรรม หรือไม่สามารถพิสูจน์ความมั่นคงได้ จะถูกคัดกรองออกจากตลาดโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนผ่าน (Transformation) ในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง”นางสาวจิราภา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top