วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ 2,257.3 ล้านบาท ลดลง 594.8 ล้านบาท หรือ 20.9% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของปี 2567 โดยกำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 2,830.4 ล้านบาท ลดลง 728.8 ล้านบาทหรือ 20.5% สำหรับสาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงาน 8.8% และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 34.3% สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 17.2%
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานปี 2568 และปี 2567 รายได้จากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 13,771.5 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 จำนวน 1,331.0 ล้านบาท หรือ 8.8% ซึ่งการลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1,178.0 ล้านบาท หรือ 12.4% จากการลดลงของสินเชื่อและการลดลงของส่วนต่างดอกเบี้ยในระหว่างปี
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 106.2 ล้านบาท หรือ 7.4% เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 46.8 ล้านบาท หรือ 1.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืนและกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเงินลงทุน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 2568 เทียบปี 2567 ลดลง 1,522.6 ล้านบาทหรือ 17.2% สาเหตุจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 53.3% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 อยู่ที่ 58.7%
อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย(Net Interest Margin-NIM) ปี 2568 อยู่ที่ 1.9% ลดลงจากปี 2567 อยู่ที่ 2.2% จากการลดลงของ Yield on Earning Asset
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 232.8 พันล้านบาท ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) 301.5 พันล้านบาท ลดลง 6.9% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งมี 324.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก(the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 77.2% จาก 77.8% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
สินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPLs) อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น อยู่ที่ 2.2% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 2.6% สาเหตุเกิดจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในระหว่างปี 2568 การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และกระบวนการในการเก็บหนี้
อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 171.5% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 149.0% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย 1.5 พันล้านบาท เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 60.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 21.3% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 16.8%
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี