CIMBTกำไรปี’68วูบ20.9% เหตุสินเชื่อหด-ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

CIMBTกำไรปี’68วูบ20.9% เหตุสินเชื่อหด-ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.44 น.

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ 2,257.3 ล้านบาท ลดลง 594.8 ล้านบาท หรือ 20.9% เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของปี 2567 โดยกำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 2,830.4 ล้านบาท ลดลง 728.8 ล้านบาทหรือ 20.5% สำหรับสาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงาน 8.8% และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 34.3% สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 17.2% 

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานปี 2568 และปี 2567 รายได้จากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 13,771.5 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 จำนวน 1,331.0 ล้านบาท หรือ 8.8% ซึ่งการลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1,178.0 ล้านบาท หรือ 12.4% จากการลดลงของสินเชื่อและการลดลงของส่วนต่างดอกเบี้ยในระหว่างปี


รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 106.2 ล้านบาท หรือ 7.4% เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 46.8 ล้านบาท หรือ 1.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืนและกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเงินลงทุน

ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 2568 เทียบปี 2567 ลดลง 1,522.6 ล้านบาทหรือ 17.2% สาเหตุจากการลดลงของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการลดลงของค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 53.3% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 อยู่ที่ 58.7%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย(Net Interest Margin-NIM) ปี 2568 อยู่ที่ 1.9% ลดลงจากปี 2567 อยู่ที่ 2.2% จากการลดลงของ Yield on Earning Asset  

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 232.8 พันล้านบาท ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) 301.5 พันล้านบาท ลดลง 6.9% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งมี 324.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก(the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารลดลงเป็น 77.2% จาก 77.8% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567

สินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPLs) อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น อยู่ที่ 2.2% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 2.6% สาเหตุเกิดจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในระหว่างปี 2568 การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และกระบวนการในการเก็บหนี้

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 171.5% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 149.0% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย 1.5 พันล้านบาท เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 60.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 21.3% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 16.8%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top