วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
นายโชคชัย วลิตวรางค์กูร กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปีใน 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย (Bookings) ที่ระดับ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการตั้งเป้าไว้ที่ 9,900 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแรงต่อเนื่องจากปีก่อน
บริษัทประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 จากข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่าจำนวนที่อยู่อาศัยที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปรับลดลงราว 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบ้านแนวราบลดลง 13% และคอนโดมิเนียมลดลงถึง 21% สะท้อนอุปสงค์ในตลาดที่ยังซบเซา ขณะที่ฝั่งอุปทาน ข้อมูลจาก AREA ระบุว่าจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ในปี 2568 ลดลงประมาณ 33% จากปีก่อน จากการชะลอเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการเกือบทุกเซกเมนต์
สำหรับตลาดบ้านเดี่ยวซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักของบริษัท แม้จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่จะลดลงกว่า 40% จากปีก่อน แต่ยังคงมีอุปทานสูงกว่าความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมจำนวนโครงการเปิดใหม่ลดลงในทุกไตรมาส ยกเว้นไตรมาส 3 ซึ่งเริ่มฟื้นตัวหลังได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 อย่างไรก็ดี ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมโดยรวมยังมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน
โดยในปี 2568 บริษัทมีสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ สูงถึงประมาณ 87% ของยอดขายรวม ส่วนคอนโดมิเนียมคิดเป็นราว 13% ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมากในช่วงครึ่งปีแรกจากเหตุแผ่นดินไหว แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง โดย ณ สิ้นปี บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 โครงการ มูลค่าขายคงเหลือรวมกว่า 11,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบมูลค่ารวมกว่า 65,000 ล้านบาท พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นตลาดหลัก สร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วนราว 86% ของยอดขายทั้งหมด และเกือบ 60% เป็นบ้านระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท
ตลอดปี 2568 บริษัทเปิดโครงการใหม่เพียง 3 โครงการ มูลค่ารวม 8,960 ล้านบาท ลดลงถึง 70% จากปีก่อน และเป็นโครงการแนวราบทั้งหมด โดยมีการเลื่อนเปิดโครงการ “Nantawan Prestige ราชพฤกษ์–พรานนก” มูลค่า 2,200 ล้านบาท ไปเป็นปี 2569 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานหน้าโครงการของหน่วยงานรัฐยังไม่พร้อมใช้งาน ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ลงทุนซื้อที่ดินใหม่เพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา โดยมั่นใจว่ายังมีแลนด์แบงก์เพียงพอรองรับการพัฒนาในระยะถัดไป
นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฐานะการเงินยังคงมีความแข็งแกร่งจากการบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ โดยในปี 2568 ได้ออกหุ้นกู้รวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2–3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อนำไปชำระหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ณ สิ้นปี บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 64,000 ล้านบาท อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ราว 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82%
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและบริการ บริษัทมีโครงการภายใต้การบริหารรวม 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง (ขายเข้ากองทรัสต์แล้ว 6 แห่ง) อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 แห่ง ศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง รวมถึงอะพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจให้เช่าในปี 2568 คาดว่าจะลดลงราว 12% จากปีก่อน จากผลกระทบภาคการท่องเที่ยวและการขายทรัพย์สินบางส่วนเข้ากองทรัสต์และในต่างประเทศ แม้จะมีการเปิดโรงแรมใหม่ในประเทศเร็วกว่ากำหนด 2 แห่ง คือ Grande Centre Point Lumphini และ Grande Centre Point Prestige ช่วยชดเชยรายได้บางส่วน
นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 บริษัทประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการส่งออกที่ชะลอตัว มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และความเข้มงวดด้านสินเชื่อจากระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยบวกจากภาคการท่องเที่ยว การเปิดเส้นทางบินใหม่ และเสถียรภาพทางการเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้น บริษัทจึงวางแผนเปิดโครงการใหม่ระดับกลาง–บน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,660 ล้านบาท พร้อมตั้งงบลงทุนรวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และลงทุนธุรกิจให้เช่า 2,500 ล้านบาท ควบคู่แผนลดระดับสินค้าคงเหลือและหนี้สินต่อทุน
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดโรงแรม Grande Centre Point Voyage ที่พัทยาในเดือนตุลาคม 2569 และมีแผนขายทรัพย์สินบางส่วนทั้งในประเทศและสหรัฐอเมริกาเข้ากองทรัสต์ รวมถึงเตรียมออกหุ้นกู้ใหม่ราว 15,000 ล้านบาทเพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด โดยคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนจะลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 1 เท่า สะท้อนทิศทางการบริหารธุรกิจอย่างระมัดระวังและเน้นความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี