วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายเคียราน ชีวมงคล รองผู้อำนวยการ แผนกธุรกิจโรงแรม ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า การบริหารสินทรัพย์โรงแรม (Hotel Asset Management) กำลังมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการที่เจ้าของโรงแรมต้องเผชิญกับพฤติกรรมผู้เข้าพักที่เปลี่ยนแปลงไป และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโรงแรมและธุรกิจบริการในไทย
ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อื่นชะลอตัวลง จากการที่นักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้น แต่ภาคธุรกิจบริการยังคงมีการพัฒนาต่อเนื่องท่ามกลางรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนไป ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงจำนวนโรงแรมใหม่ระดับอัปสเกลและลักซ์ชัวรี่ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความกดดันในกลุ่มโรงแรมที่ก่อตั้งมานาน และผลักดันให้เจ้าของต้องนำกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ที่เป็นระบบและยึดข้อมูลเป็นพื้นฐานเข้ามาใช้ เพื่อรักษาผลการดำเนินงานในระยะยาว
“การบริหารสินทรัพย์โรงแรมไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์หลักที่จะช่วยสนับสนุนเจ้าของโรงแรมในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยปัจจุบันเจ้าของโรงแรมมีการประเมินผลการดำเนินงานบ่อยขึ้น และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึกด้านการดำเนินงาน สภาวะของตลาด รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญในการลงทุนที่ชัดเจน”นายเคียราน กล่าว
โดยแรงกดดันต่อโรงแรมที่ก่อตั้งมานานนั้น เห็นได้จากสถิติการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งในปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 32.9 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปีก่อนหน้า แม้นักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้และตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้น แต่นักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกลุ่มหลักของไทยกลับลดลงถึง 33.6% เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเลือกที่จะเดินทางไประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกแทน
นอกจากนี้ปริมาณโรงแรมในกรุงเทพฯยังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 โรงแรมเปิดใหม่ในย่านใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ มีจำนวนมากกว่า 3,000 ห้อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีห้องพักรวมกว่า 83,000 ห้อง เจ้าของโรงแรมจึงต่างกำลังทบทวนว่า โรงแรมของตนยังตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอยู่หรือไม่ ตลอดจนพิจารณาความน่าสนใจของโรงแรมต่อกลุ่มผู้เข้าพัก และการวางตำแหน่งทางการแข่งขัน เนื่องจากเครือโรงแรม (Hotel Operators) ต่างพากันยกระดับมาตรฐานการบริการและงานออกแบบให้สูงขึ้น เพื่อตอบรับกับความท้าทายนี้ เจ้าของโรงแรมจำนวนมากจึงเริ่มปรับปรุง ปรับเปลี่ยนแบรนด์ และอัปเกรดส่วนต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ของตนเอง
โดยโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ “นารายณ์ สีลม” เตรียมกลับมาเปิดให้บริการในปี 2571 ในฐานะโรงแรมสุดหรูที่มีเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ภายใต้แบรนด์ “The Unbound Collection by Hyatt” ,“อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ” อยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ,โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา(CHR) ทุ่มงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปี เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงการใหม่ รวมถึงอัปเกรด “เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน” และขยายโรงแรมภายใต้แบรนด์ “The Centara Collection” และ “Centara Life” นอกจากนี้ “เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่” เตรียมปรับโฉมและเปลี่ยนแบรนด์เป็น “Centara Reserve Krabi” ส่วน “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” พัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์ “อมารี” 3 แห่ง (ดอนเมือง บุรีรัมย์ และภูเก็ต)
สำหรับแนวโน้มโรงแรมและธุรกิจบริการของไทยในอนาคตจะยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดตัวโครงการใหม่และการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยสิ้นปี 2568 มีห้องพักอีก 751 ห้อง ที่เปิดให้บริการเพิ่มในกรุงเทพฯ และแม้จะมีความท้าทายต่างๆ แต่ตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ดังนั้นเจ้าของโรงแรมที่ตรวจสอบดัชนีวัดผลการดำเนินงานต่างๆ รวมถึงสภาพของสินทรัพย์ และความทันสมัยของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ จะมีความพร้อมมากกว่าในการรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและแรงกดดัน ซึ่งการบริหารสินทรัพย์โรงแรมจะช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ วางแผนการลงทุนใหม่ได้อย่างตรงเป้าหมาย และสร้างมูลค่าสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี