ผ่าแผน SAMART รื้อใหญ่-ปิดบิ๊กดีลปั๊มรายได้

ผ่าแผน SAMART รื้อใหญ่-ปิดบิ๊กดีลปั๊มรายได้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่ผลการดำเนินงานของ SAMART ยังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าจะมีรายได้รวมเติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนปี 2569 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากจะเน้นกลยุทธ์ควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว SAMART ยังเตรียมปรับโครงสร้างในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย

ทั้งนี้ ธุรกิจที่บริษัทฯสนใจเข้าควบรวมธุรกิจและซื้อกิจการ จะเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.ธุรกิจกลุ่มไอที 2.ธุรกิจกลุ่มสามารถเทลคอม หรือ Samtel และ 3.ธุรกิจกลุ่มพลังงาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการ


ด้าน นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโส Investor Relations บริษัท SAMART เปิดเผยว่า กลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจที่มองไว้ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV ปัจจุบันมีกระแสเงินสดจำนวนมาก รายได้หลักมาจากวิทยุการบิน มองว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้มากขึ้น จากเดิมมีรายได้ราว 2,600 ล้านบาท จะเพิ่มให้ได้ 1 ใน 4 ของรายได้รวม โดยบริษัทมีแผนประมูลงาน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท แต่เนื่องด้วยมีกระแสเงินสดมาก จึงต้องการเข้าซื้อกิจการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ เอวิเอชั่น การบินในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องราคา คาดว่าจะปิดดีลได้ไตรมาส 2/2569

นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะปรับโครงสร้าง โดยการซื้อกิจการรวมกันเป็นบริษัทเดียว เนื่องจากมีสายงานธุรกิจที่คล้ายกัน จำเป็นต้องควบรวมเป็นบริษัทเดียว เช่น ธุรกิจสายงานไอซีที และดิจิตอล จะควบรวมเป็นบริษัทเดียวภายในครึ่งปีหลัง โดยการปรับโครงสร้าง Samtel กำลังศึกษา เน้นซื้อกิจการธุรกิจพลังงาน ตอนนี้รอความชัดเจนของรัฐบาล เรื่องพลังงานทางเลือกธุรกิจที่เราจะทำคือโซลาร์เซลล์ ซึ่งความไม่ชัดเจนการเมือง ไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่ม samtel เนื่องจากมี Backlog ค่อนข้างใหญ่

นายรัฐนันท์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งค่อนข้างมั่นใจจะทำได้ เพราะไตรมาสแรกจะทำรายได้ราว 3,000 ล้านบาท และมั่นใจทั้งปีจะทำกำไรได้ถึง 859 ล้านบาท เนื่องจาก SAV มีรายได้และกำไรค่อนข้างชัดเจน กำไรต่อไตรมาส 130-140 ล้านบาท คาดว่าการเข้าประมูลงานทั้ง 2 โครงการ คือ 1.งานวิทยุการบิน ขายอุปกรณ์ 1,100 ล้านบาท และ 2.ประมูลติดตั้งระบบและอุปกรณ์ตรวจจับวัสดุแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ท่าอากาศยาน หรือเอฟโอดี ทำร่วมกับพาร์เนอร์ บริษัท แดนไทย อีควิปเม้นท์ จำกัด แบ่งกันคนละครึ่ง จำนวน 1,280 ล้านบาท น่าจะยื่นซองเร็วๆนี้

“ส่วนที่กัมพูชาไม่ค่อยกระทบ เพราะรายได้หลักมาจากการแค่บินผ่าน ที่กัมพูชาไม่ลงทุนเพิ่ม เพราะอ่อนไหว ในต่างประเทศจะไม่ลงทุนเพิ่ม แต่จะลงทุนในประเทศมากขึ้น” นายรัฐนันท์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top