วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 9 คำถามที่ สปสช ตอบ เรื่องฮอร์โมนข้ามเพศ
วันนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ร่วมกับ สปสช.
ผมสรุปให้ฟังครับ
ประเด็นที่ 1: การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ
กรรมาธิการถาม: พบว่ามีการละเว้นการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งต่างจากวัคซีนเด็กอย่างสิ้นเชิง
วัคซีนเด็ก หมอเด็กทั้งประเทศและราชวิทยาลัย บอกต้องให้ แต่ สปสช บอกไม่คุ้มค่า
แต่ฮอร์โมนข้ามเพศ ทุกราชวิทยาลัยบอกต้องทำ guideline ดีๆ และยังเป็นห่วง แต่ สปสช บอกให้ได้เลย ไม่ต้องประเมินความคุ้มค่า
สปสช. จัดลำดับความสำคัญของงบประมาณอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่
สปสช. ตอบ: การพิจารณาว่าเรื่องใดสำคัญขึ้นอยู่กับมุมมองและเหตุผลที่แตกต่างกัน คณะกรรมการมีหลายฝ่ายร่วมพิจารณา โดยประมาณครึ่งหนึ่งมาจากกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. พยายามคำนึงถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม
ประเด็นที่ 2: ความจำเป็นของการให้ฮอร์โมนคนข้ามเพศ
กรรมาธิการถาม: ได้มีการประเมินความจำเป็นอย่างรอบด้านก่อนบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์หรือไม่
สปสช. ตอบ: การประเมินความจำเป็นขึ้นอยู่กับมุมมองที่แตกต่างกัน สปสช. พยายามดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
ประเด็นที่ 3: หลักฐานทางวิชาการและกระบวนการพิจารณา
กรรมาธิการถาม: ช่วงปี 2564–2568 แทบไม่มีงานวิจัยหรือการขับเคลื่อนเรื่องนี้ แต่ในช่วงปี 2567–2568 กลับมีการผลักดันและอนุมัติอย่างรวดเร็วภายในเวลาประมาณ 2 เดือน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นหรือไม่
สปสช. ตอบ: ประเด็นนี้ไม่ได้รับคำตอบ
ประเด็นที่ 4: ยาที่ได้รับการอนุมัติ
กรรมาธิการถาม: มียาบางรายการที่ยังไม่มีหลักฐานวิจัยรองรับเพียงพอ และหลายประเทศได้ห้ามการใช้แล้ว แต่ประเทศไทยกลับจะนำมาใช้ เหตุใดจึงบรรจุอยู่ในรายการ
สปสช. ตอบ: หากพบว่ายาใดมีปัญหา สามารถแจ้งให้ตรวจสอบได้ สปสช. มีแผนทบทวนและปรับรายการยาให้เหมาะสมอยู่แล้ว
ประเด็นที่ 5: การอ้างอิงความเห็นของราชวิทยาลัยและชื่อแพทย์
กรรมาธิการถาม: มีการอ้างว่าราชวิทยาลัยให้การรับรอง แต่มีข้อมูลว่าบางราชวิทยาลัยไม่เคยประชุมรับรองอย่างเป็นทางการ และแพทย์บางท่านไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีการนำชื่อไปอ้าง และนำชื่อไปลงใน guideline ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
สปสช. ตอบ: มีการพูดคุยกับแพทย์จากราชวิทยาลัยจริง แต่บางครั้งไม่ได้อยู่ในรูปแบบการประชุมอย่างเป็นทางการ การนำชื่อมาใส่ เพื่อเป็นการให้เกียรติ ไม่ได้มีเจตนาแอบอ้าง ทั้งนี้ สปสช. จะหารือกับราชวิทยาลัยเพิ่มเติม และหากแพทย์ไม่พอใจก็ยินดีนำชื่อออกให้
ประเด็นที่ 6: ความพร้อมของสถานพยาบาลและแพทย์
กรรมาธิการถาม: สถานพยาบาล 22 แห่งที่เข้าร่วมโครงการมีความพร้อมเพียงใด ในเมื่อแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการประเมินและให้ฮอร์โมนมีจำนวนไม่กี่คนทั้งประเทศ
สปสช. ตอบ: แพทย์ที่ให้บริการต้องผ่านการอบรมตามเกณฑ์ จึงจะสามารถให้การรักษาได้
ประเด็นที่ 7: การใช้แนวทาง ThaiPATH และการจัดซื้อยา
กรรมาธิการถาม: ไม่เห็นด้วยกับการใช้แนวทางของ ThaiPATH เนื่องจากไม่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาหรือราชวิทยาลัย และขอทราบว่างบจัดซื้อยาวงเงินประมาณ 50 ล้านบาท ได้ซื้อยาอะไรไปแล้วบ้าง
สปสช. ตอบ: หากราชวิทยาลัยมีมาตรฐาน หรือมีองค์กรอื่นที่เหมาะสมกว่า ก็พร้อมพิจารณาใช้ ยืนยันว่ามาตรฐานต้องเป็นไปตามกฎหมาย และจะนำข้อเสนอไปหารือกับราชวิทยาลัย
ประเด็นที่ 8: การเปลี่ยนแปลงชุดสิทธิประโยชน์
กรรมาธิการถาม: เหตุใดจึงปรับสิทธิประโยชน์จากเดิม "บริการสุขภาพสำหรับคนข้ามเพศ" มาเป็น "สิทธิการได้รับฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศ"
สปสช. ตอบ: ปัญหาหลักของผู้ป่วยคือการเข้าถึงยา ส่วนหลักการของนโยบายยังคงเดิม ทั้งนี้ แพทย์ผู้ให้การรักษาต้องปฏิบัติตามแนวทางของราชวิทยาลัย แพทยสภา และผ่านการอบรม หากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน อาจมีความรับผิดชอบทางวิชาชีพ
ประเด็นที่ 9: ข้อเสนอด้านความปลอดภัยจากกรรมาธิการ
กรรมาธิการมีข้อเสนอต่อ สปสช. ดังนี้
1. ทบทวนนโยบายก่อนดำเนินการเต็มรูปแบบ
2. จัดทำมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้ชัดเจน
3. ทบทวนหลักฐานทางวิชาการ (Rapid Review) ที่มีคุณภาพ
4. ประเมินผลกระทบจากการขยายจำนวนผู้ได้รับสิทธิ จากประมาณ 20,000 คน เป็น 300,000 คน เพื่อให้มั่นใจว่ามีข้อมูลด้านประสิทธิผล ความคุ้มค่า และความปลอดภัยเพียงพอ
สรุปภาพรวม
การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้คัดค้านการดูแลสุขภาพของคนข้ามเพศโดยตรง แต่ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณานโยบาย ความเพียงพอของหลักฐานวิชาการ มาตรฐานการรักษา ความพร้อมของบุคลากร และความปลอดภัยของผู้รับบริการ
พร้อมเสนอให้ชะลอการดำเนินนโยบายไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อมูลและมาตรฐานที่ชัดเจนรองรับ เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างรอบคอบและสร้างความมั่นใจแก่ทุกฝ่าย
กรรมาธิการจะไม่หยุดตรวจสอบเรื่องนี้ และติดตามอย่างเข้มข้นใกล้ชิดครับ
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย
รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี