542.jpg
เหงาจนสมองพัง! หมอวี เผย ความโดดเดี่ยว อันตรายเท่าสูบบุหรี่ เสี่ยงสมองเสื่อมพุ่ง  แนะยาบำรุงสมองที่ดีที่สุด

เหงาจนสมองพัง! หมอวี เผย ความโดดเดี่ยว อันตรายเท่าสูบบุหรี่ เสี่ยงสมองเสื่อมพุ่ง แนะยาบำรุงสมองที่ดีที่สุด

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.05 น.

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "เขาดูซึมเศร้า เฉื่อยชา ความจำถดถอย เขาบอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรให้ตื่นนอนตอนเช้า วันๆ นั่งมองฝาผนังเงียบๆ ไม่ได้พูดกับใครเลยหลายวันติดต่อกัน

หลังตรวจร่างกายและไม่พบโรคร้ายแรง ผมรู้ว่าสิ่งที่บั่นทอนเขาที่สุดคือความโดดเดี่ยว ผมจึงไม่ได้เริ่มด้วยยา แต่แนะนำให้เขาลองหากิจกรรมที่ได้พบปะผู้คน"


บทที่ 19

สังคมและสมอง: การเชื่อมต่อที่ช่วยชีวิต

"มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่คนเดียว สมองของเราแสวงหาการเชื่อมต่อกับผู้อื่นไม่ต่างจากที่ร่างกายหิวอาหาร และความเหงาที่ยาวนาน ก็ทำร้ายสมองได้พอๆ กับโรคร้าย"

ชายชราที่ฟื้นคืนชีวิตเพราะวงดนตรี

ผมมีคนไข้ชายชราคนหนึ่ง อายุเจ็ดสิบปลายๆ ภรรยาเพิ่งเสียไป ลูกหลานต่างมีครอบครัวแยกย้ายไป เขาอยู่บ้านคนเดียวเงียบเหงา เมื่อเขามาหาผม เขาดูซึมเศร้า เฉื่อยชา ความจำถดถอย เขาบอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรให้ตื่นนอนตอนเช้า วันๆ นั่งมองฝาผนังเงียบๆ ไม่ได้พูดกับใครเลยหลายวันติดต่อกัน หลังตรวจร่างกายและไม่พบโรคร้ายแรง ผมรู้ว่าสิ่งที่บั่นทอนเขาที่สุดคือความโดดเดี่ยว ผมจึงไม่ได้เริ่มด้วยยา แต่แนะนำให้เขาลองหากิจกรรมที่ได้พบปะผู้คน เขาเคยเล่นดนตรีไทยสมัยหนุ่ม ผมจึงชวนให้เขากลับไปหาสิ่งนั้นอีกครั้ง เขาลองไปเข้าชมรมดนตรีไทยของผู้สูงอายุในชุมชน

หลายเดือนต่อมา ชายชราคนเดิมกลับมาหาผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขายิ้มแย้ม เล่าเรื่องเพื่อนใหม่ในวงดนตรีอย่างมีชีวิตชีวา ความจำดีขึ้น อารมณ์สดใสขึ้น เขาบอกว่าตอนนี้มีเหตุผลให้ตื่นเช้าทุกวัน เพราะมีคนรอเขาอยู่ มีเพลงให้เล่นด้วยกัน สิ่งที่ช่วยเขาไม่ใช่ยา แต่คือการเชื่อมต่อกับผู้คนอีกครั้ง และนี่คือหัวใจของบทนี้ ที่หลายคนมองข้าม แต่มีพลังต่อสมองอย่างเหลือเชื่อ

สมองมนุษย์คือสมองสังคม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมมาตั้งแต่กำเนิดเผ่าพันธุ์ บรรพบุรุษของเราอยู่รอดมาได้เพราะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันล่า ช่วยกันป้องกันภัย ช่วยกันเลี้ยงดูลูกหลาน การถูกขับออกจากกลุ่มในสมัยนั้นแทบเท่ากับความตาย

ด้วยเหตุนี้ สมองของเราจึงวิวัฒนาการมาให้เป็นสมองสังคมโดยแท้ ส่วนใหญ่ของสมองมนุษย์ทำงานเกี่ยวข้องกับการเข้าใจผู้อื่น การสื่อสาร การอ่านอารมณ์ การสร้างความสัมพันธ์ จำได้ไหมครับที่เราคุยกันในบทที่ 2 เรื่องเครือข่ายสมอง มีเครือข่ายและสมองหลายส่วนที่ทำงานเพื่อเรื่องสังคมโดยเฉพาะ

นี่คือเหตุผลที่การเชื่อมต่อกับผู้อื่นไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์หรือความสุขผิวเผิน แต่เป็นความต้องการพื้นฐานของสมอง เหมือนอาหารและการนอน เมื่อสมองได้รับการเชื่อมต่อที่ดี มันจะแข็งแรง แต่เมื่อขาดการเชื่อมต่อยาวนาน สมองก็ทรุดโทรมได้จริง

ความเหงาทำร้ายสมองอย่างไร?

เรื่องที่วงการแพทย์ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ คือผลกระทบของความเหงาและความโดดเดี่ยวต่อสุขภาพ ซึ่งร้ายแรงกว่าที่คนทั่วไปคิดมาก

งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่า ความโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญ จนในรายงานระดับโลกเรื่องการป้องกันสมองเสื่อมที่เราอ้างถึงหลายครั้งในหนังสือเล่มนี้ ได้จัดให้การขาดการติดต่อทางสังคมเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ของโรคสมองเสื่อม

ความเหงาเรื้อรังส่งผลต่อสมองหลายทาง เพิ่มฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลที่เราคุยกันในบทที่แล้ว ซึ่งทำร้ายสมองส่วนความจำ เพิ่มการอักเสบในร่างกาย เชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล และเมื่อสมองส่วนที่เกี่ยวกับสังคมไม่ได้ถูกใช้งาน สมองก็เสื่อมถอยตามหลักใช้หรือเสียที่เราเคยคุยกันไปแล้ว

มีงานวิจัยที่น่าตกใจซึ่งพบว่า ผลเสียของความโดดเดี่ยวทางสังคมต่อสุขภาพและอายุขัย เทียบเท่าได้กับการสูบบุหรี่วันละหลายมวน นี่แสดงว่าความเหงาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นภัยต่อสุขภาพที่แท้จริง

ผมอยากเน้นว่า ความเหงาไม่เท่ากับการอยู่คนเดียว บางคนอยู่คนเดียวแต่ไม่เหงาเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดี บางคนอยู่ท่ามกลางผู้คนแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว สิ่งที่สำคัญคือคุณภาพของการเชื่อมต่อ ไม่ใช่แค่จำนวนคนรอบตัว

การเชื่อมต่อที่ดีช่วยสมองอย่างไร

เมื่อความเหงาทำร้ายสมอง การเชื่อมต่อที่ดีก็ทำตรงกันข้าม คือช่วยปกป้องและเสริมสร้างสมอง ผมจะเล่าให้เห็นภาพ

หลั่งสารแห่งความผูกพัน

จำได้ไหมครับที่เราคุยกันในบทที่ 3 เรื่องสารสื่อประสาท เมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่รัก ได้กอด ได้พูดคุย ได้ใกล้ชิด ร่างกายหลั่งสารแห่งความผูกพันที่ชื่อออกซิโทซิน ซึ่งช่วยลดความเครียด สร้างความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย และดีต่อสมอง

กระตุ้นสมองให้ทำงาน

การเข้าสังคม การสนทนา การมีปฏิสัมพันธ์ เป็นการออกกำลังกายให้สมองอย่างหนึ่ง เพราะการพูดคุยต้องใช้สมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งการฟัง การคิด การจำ การอ่านอารมณ์ การตอบสนอง เป็นการกระตุ้นสมองที่ซับซ้อนและดีต่อการรักษาความคมชัดของสมอง

สร้างเกราะป้องกันสมองเสื่อม

งานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่มีชีวิตทางสังคมที่กระฉับกระเฉง มีเพื่อน มีกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น มีความเสี่ยงสมองเสื่อมต่ำกว่า และสมองเสื่อมช้ากว่าผู้ที่โดดเดี่ยว การเข้าสังคมจึงเป็นหนึ่งในเกราะป้องกันสมองที่ทรงพลังและหาได้ฟรี

ลดความเครียดและซึมเศร้า

การมีคนที่ไว้ใจให้พูดคุย ระบายความทุกข์ ได้รับกำลังใจ ช่วยลดความเครียดและป้องกันซึมเศร้าได้อย่างมาก คนที่มีเครือข่ายสังคมที่ดีมักฟื้นตัวจากความทุกข์ได้เร็วกว่า

กล่องความรู้

สมองมนุษย์คือสมองสังคม ที่หิวโหยการเชื่อมต่อไม่ต่างจากหิวอาหาร ความเหงาเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มฮอร์โมนความเครียด และส่งผลเสียต่อสุขภาพเทียบเท่าการสูบบุหรี่ ส่วนการเชื่อมต่อที่ดีหลั่งสารแห่งความผูกพัน กระตุ้นสมอง และเป็นเกราะป้องกันสมองเสื่อมที่ทรงพลังและฟรี

ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณผมอยากเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าการมีเพื่อนเยอะๆ หรือคนรู้จักมากมายคือคำตอบ

ความจริงคือ คุณภาพของความสัมพันธ์สำคัญกว่าจำนวนมาก การมีเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้เพียงไม่กี่คน ที่เราเปิดใจได้จริง มีค่าต่อสมองและจิตใจมากกว่าการมีคนรู้จักผิวเผินเป็นร้อย

ในยุคนี้ที่โซเชียลมีเดียทำให้เรามีเพื่อนออนไลน์นับพัน แต่หลายคนกลับรู้สึกเหงามากกว่าเดิม เพราะการกดไลก์กดแชร์ไม่ได้ทดแทนการเชื่อมต่อที่แท้จริง การนั่งคุยกันต่อหน้า การสบตา การได้ยินน้ำเสียง การกอด สิ่งเหล่านี้คือการเชื่อมต่อที่สมองต้องการจริงๆ ซึ่งหน้าจอทดแทนได้ไม่หมด

ผมไม่ได้บอกว่าโซเชียลมีเดียไม่ดี มันมีประโยชน์ในการรักษาการติดต่อ โดยเฉพาะกับคนไกล แต่มันควรเป็นสะพานไปสู่การเจอกันจริง ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่การพบปะกันจริงทั้งหมด

เมื่อสังคมไทยเปลี่ยนไป

ผมอยากพูดถึงบริบทของสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะเรื่องนี้ใกล้ตัวเรามาก

ในอดีต สังคมไทยเป็นครอบครัวใหญ่ อยู่กันหลายรุ่นในบ้านเดียว มีชุมชนที่ผูกพัน มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ ผู้สูงอายุมีลูกหลานห้อมล้อม มีบทบาทในครอบครัวและชุมชน ซึ่งผมโชคดีที่ยังได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้นอยู่สมัยผมเป็นเด็ก ๆ 

แต่สังคมไทยยุคใหม่เปลี่ยนไป ครอบครัวเล็กลง คนรุ่นใหม่ย้ายเข้าเมืองไปทำงาน ผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่บ้านลำพังหรืออยู่กันสองคนตายาย ความผูกพันในชุมชนจางลง และประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว

นี่คือความท้าทายที่สำคัญ เพราะกลุ่มที่เสี่ยงต่อความโดดเดี่ยวมากที่สุดคือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสมองเสื่อมอยู่แล้ว การดูแลให้ผู้สูงอายุไม่โดดเดี่ยว จึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งในระดับครอบครัวและระดับสังคม

ในฐานะลูกหลาน การโทรหาพ่อแม่ปู่ย่าตายายบ่อยๆ การไปเยี่ยม การชวนท่านทำกิจกรรม การทำให้ท่านรู้สึกว่ายังมีคุณค่าและเป็นที่รัก คือของขวัญล้ำค่าต่อสมองและหัวใจของท่าน

สร้างการเชื่อมต่อที่ดีได้อย่างไร? 

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร การสร้างและรักษาการเชื่อมต่อที่ดีเป็นสิ่งที่ทำได้เสมอ ผมอยากให้แนวทางที่ทำได้จริง  รักษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้ดี ให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนสนิท โทรหา นัดเจอ ใส่ใจกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะความสัมพันธ์เหมือนต้นไม้ที่ต้องรดน้ำดูแล

เปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ผ่านกิจกรรมที่สนใจ ชมรม กลุ่มออกกำลังกาย กลุ่มงานอดิเรก กิจกรรมทางศาสนา หรืองานอาสาสมัคร เหมือนผู้อาวุโสในเรื่องของผมเล่า ท่านได้พบเพื่อนใหม่ในวงดนตรี

การช่วยเหลือผู้อื่นและการเป็นอาสาสมัคร นอกจากช่วยสังคมแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมีความหมาย ซึ่งดีต่อสมองมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว การมีบทบาทช่วยเหลือผู้อื่นช่วยให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมาย

สำหรับผู้สูงอายุ การเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน โรงเรียนผู้สูงอายุ ชมรมต่างๆ วัด หรือกลุ่มกิจกรรม ช่วยได้มากทั้งเรื่องการเชื่อมต่อและการกระตุ้นสมอง

และถ้าคุณรู้สึกโดดเดี่ยวมานาน อย่ามองว่าเป็นความอ่อนแอที่จะขอความช่วยเหลือ การก้าวออกไปพบเพื่อนใหม่ ทั้งกับผู้คนหรือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต คือการดูแลสมองและชีวิตที่กล้าหาญ

สรุปบทที่ 19

สมองมนุษย์คือสมองสังคมที่วิวัฒนาการมาให้ต้องการการเชื่อมต่อกับผู้อื่นไม่ต่างจากอาหารและการนอน ความเหงาเรื้อรังทำร้ายสมองจริง เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มฮอร์โมนความเครียด และส่งผลเสียต่อสุขภาพเทียบเท่าการสูบบุหรี่ ขณะที่การเชื่อมต่อที่ดีหลั่งสารแห่งความผูกพัน กระตุ้นสมอง และเป็นเกราะป้องกันสมองเสื่อมที่ทรงพลัง โดยคุณภาพของความสัมพันธ์สำคัญกว่าปริมาณ ในยุคที่สังคมไทยเปลี่ยนเป็นครอบครัวเล็กและสังคมสูงวัย การดูแลไม่ให้ผู้สูงอายุโดดเดี่ยวจึงสำคัญมาก และการสร้างการเชื่อมต่อที่ดีเป็นสิ่งที่ทำได้เสมอไม่ว่าอายุเท่าไร

ทำได้เลยวันนี้
วันนี้ยกโทรศัพท์โทรหาคนที่คุณรักแต่ไม่ได้คุยกันมานาน พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนเก่า ไม่ต้องมีเหตุผลพิเศษ แค่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เพราะการโทรเพียงไม่กี่นาทีของคุณ อาจเป็นแสงสว่างของวันนั้นสำหรับใครบางคนที่กำลังเหงา

และถ้าคุณมีญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ลำพัง ลองชวนท่านทำกิจกรรมหรือพาท่านออกไปพบปะผู้คน เพราะการเชื่อมต่อที่คุณมอบให้ อาจเป็นเกราะป้องกันสมองที่ดีที่สุดที่ท่านจะได้รับ ดีกว่าอาหารเสริมหรือยาใดๆ

อ่านบทอื่นและฉบับเต็มได้ที่
https://www.facebook.com/share/p/1bPeWnzLf4/?mibextid=wwXIfr

อ้างอิง
1. Holt-Lunstad J, et al. (2015). Loneliness and social isolation as risk factors for mortality: a meta-analytic review. Perspectives on Psychological Science, 10(2), 227–237.
2. Livingston G, et al. (2020). Dementia prevention, intervention, and care: 2020 report of the Lancet Commission. The Lancet, 396(10248), 413–446.
3. Kuiper JS, et al. (2015). Social relationships and risk of dementia: A systematic review and meta-analysis of longitudinal cohort studies. Ageing Research Reviews, 22, 39–57.
4. Cacioppo JT, Hawkley LC. (2009). Perceived social isolation and cognition. Trends in Cognitive Sciences, 13(10), 447–454.
5. Umberson D, Karas Montez J. (2010). Social relationships and health: a flashpoint for health policy. Journal of Health and Social Behavior, 51(Suppl), S54–S66.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top