542.jpg
ไฟแดงกะพริบ! หมอวี ชี้หลายโรงพยาบาลวิกฤต เงินบำรุงติดลบ อาจไม่พอค่ายา แม้แต่เดือนเดียว

ไฟแดงกะพริบ! หมอวี ชี้หลายโรงพยาบาลวิกฤต เงินบำรุงติดลบ อาจไม่พอค่ายา แม้แต่เดือนเดียว

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า  วิกฤตการเงิน รพ.ยังไม่คลี่คลาย  นับวันยิ่งหนักขึ้น เรื่องนี้กระทบทุกคน!

ผมเพิ่งเห็นตัวเลขเงินบำรุงโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 แล้วต้องบอกตรงๆ ว่านี่ไม่ใช่สัญญาณเตือนธรรมดาแล้ว แต่เป็นไฟแดงที่กะพริบอยู่ตรงหน้าเราทุกคน


เงินบำรุงคือเงินหมุนเวียนที่โรงพยาบาลใช้ซื้อยา เวชภัณฑ์ จ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ 

พูดง่ายๆ “คือเงินในกระเป๋าที่ทำให้โรงพยาบาลเปิดประตูรับคนไข้ได้ทุกวัน”

ตัวเลขล่าสุดบอกอะไรเราบ้าง

ทั้งประเทศมีโรงพยาบาล 903 แห่ง เงินบำรุงคงเหลือสุทธิรวมกันเหลือเพียง 18,978 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนถึง 3,725 ล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่เดือน

ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ 400 แห่ง เงินบำรุงติดลบ หมายความว่าใช้เงินเกินกว่าที่มีอยู่แล้ว และอีก 485 แห่ง มีเงินเหลือน้อยกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งสำหรับโรงพยาบาลหนึ่งแห่ง เงินจำนวนนี้อาจไม่พอค่ายาแม้แต่เดือนเดียว

กลุ่มที่หนักที่สุดคือโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นด่านหน้าดูแลคนในอำเภอทั่วประเทศ ติดลบไปแล้ว 339 แห่ง มากที่สุดในทุกประเภท นี่คือโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเราที่สุด

และตัวเลขที่ทำให้ผมต้องออกมาย้ำถึงความอันตรายของระบบอีกครั้ง คือ 

โรงพยาบาลที่อยู่ในภาวะวิกฤตการเงินระดับสูงสุด หรือระดับ 7 เพิ่มจาก 9 แห่ง เป็น 30 แห่ง ภายในไม่กี่เดือน พุ่งขึ้น 3 เท่า 

วิกฤตระดับ 6 เพิ่มจาก 15 เป็น 32 แห่ง 

ระดับ 5 เพิ่มจาก 4 เป็น 16 แห่ง 

ทุกระดับพุ่งขึ้นพร้อมกันหมด

ถ้าปล่อยไว้ อะไรจะเกิดขึ้น?

โรงพยาบาลที่เงินติดลบจะเริ่มจากการค้างจ่ายค่ายาบริษัทยา เมื่อค้างนานเข้า บริษัทจะหยุดส่งยา ยาบางตัวจะขาด คนไข้โรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจ จะได้ยาไม่ครบหรือต้องเปลี่ยนยา เครื่องมือแพทย์ที่เสียจะไม่ได้ซ่อม บุคลากรที่เหนื่อยล้าอยู่แล้วจะยิ่งขาดขวัญกำลังใจ และสุดท้ายคุณภาพการรักษาจะค่อยๆ ถดถอยลงโดยที่ประชาชนไม่ทันรู้ตัว จนกระทั่งวันที่เราหรือคนที่เรารักต้องเข้าโรงพยาบาลเอง

ต้นตอของปัญหาไม่ใช่ว่าหมอพยาบาลทำงานไม่ดี แต่คือรายรับที่โรงพยาบาลได้จากระบบหลักประกันสุขภาพไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งค่ายา ค่าแรง และจำนวนผู้ป่วยสูงอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรายรับต่ำกว่ารายจ่ายต่อเนื่องหลายปี เงินสะสมที่เคยมีก็ค่อยๆ ละลายหายไปอย่างที่เห็นในตัวเลขวันนี้

ในฐานะที่ผมทำงานอยู่ในกรรมาธิการสาธารณสุขของวุฒิสภา ผมกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ การจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนต้นทุนจริง และการแก้โครงสร้างการเงินการคลังสุขภาพ ต้องทำก่อนที่โรงพยาบาลจะล้มเป็นโดมิโน

สิ่งที่ประชาชนทำได้ตอนนี้คือ ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด เพราะการป้องกันโรคคือการลดภาระระบบสาธารณสุขที่ตรงที่สุด และช่วยกันส่งเสียงให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นว่าเรื่องนี้รอไม่ได้
ที่มา: ข้อมูลกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ณ 31 พฤษภาคม 2569
ขอให้ทุกท่านแข็งแรงและมีความสุข

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย 

รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top