วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เขย่าการเงินโลก! ‘สายเหยี่ยว’นั่งประธานเฟด
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) เผยแพร่บทวิเคราะห์โดยสรุปว่า จากที่มีการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด-Fed) คนใหม่ แทน เจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ที่จะครบวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ อาจเป็น “Policy Pivot” หรือจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญของ Fed แม้ วอร์ช ถูกมองว่าให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อการลงทุนระยะยาว แต่ตลาดยังกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ เฟด ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง และจุดยืนนโยบายในอดีตของ วอร์ช ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สายเหยี่ยว” (Hawkish) อาจทำให้ทิศทางดอกเบี้ยไม่ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง
Krungthai CIO ประเมินว่า ความผันผวนดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว โดยเริ่มเห็นภาพของ Market Rotation หรือการหมุนกลุ่มลงทุน จากหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามาก ไปสู่หุ้นที่ยังมีพื้นฐานรองรับชัดเจน สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Microsoft , Apple และ Meta ที่ยังรายงานกำไรและรายได้ดีกว่าคาด รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐ โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ “ทยอยสะสมเมื่อย่อตัว (Buy on Dip)” โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้ พร้อมแนะนำให้จัดพอร์ตในลักษณะ Barbell Strategy ผสมผสานระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และถือครองทองคำในสัดส่วน 5-10% ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และภาวะค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะยาว โดยประเมินกรอบเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 5,300-5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ด้านนายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยกรณีเดียวกันว่า การมาของ วอร์ช จะไม่เปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐในทันที แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น และการสื่อสารของ วอร์ช มีน้ำหนักผ่อนคลายกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่โครงสร้างการตัดสินใจของ เฟด ยึดตามฉันทามติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน 12 เสียง โดยเสียงของประธานเฟดเป็นเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดพยายามตีความว่า วอร์ช มีมุมมอง “เข้มงวด” หรือ “ผ่อนคลาย” สะท้อนชัดเจนว่าประธานเฟดคนใหม่ ต้องใช้เวลาสร้างรากฐานแนวคิดและพยายามโน้มน้าวกรรมการท่านต่างๆให้ได้ว่า “เฟดควรดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ภายใต้เงินเฟ้อที่ค้างสูงเกินเป้าหมายมากว่า 5 ปี ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังอยู่ในจุดเปราะบาง” อีกทั้งต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติระหว่างกรรมการนโยบายการเงิน อย่างที่ประธานเฟดคนเดิมทำได้ ทำให้การปรับนโยบายการเงินอย่างฉับพลันมีความเป็นไปได้ต่ำ
ภายใต้กรณีฐาน TISCO ESU ยังคงประมาณการเดิมว่า เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 0.25-0.50% ในปี 2569 เป็นผลมาจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงกลับเข้าสู่เป้าหมายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการส่งผ่านต้นทุนภาษีศุลกากรไปยังผู้บริโภคที่เริ่มลดความรุนแรงลง , เงินเฟ้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่อนคลายจากช่วงก่อนหน้า และค่าจ้างแรงงานที่ชะลอตัวและกลับเข้าสู่กรอบปกติมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามกระบวนการแต่งตั้ง วอร์ช หลังสมาชิกวุฒิสภาพรรคริพับลิกันบางส่วนส่งสัญญาณว่าจะไม่ให้การรับรอง หากการสอบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับนายเจอโรม พาวเวลล์ ยังไม่สิ้นสุด อาจส่งผลให้กระบวนการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ล่าช้าออกไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี