วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม

หมอวีสารภาพเอง! วิ่งอย่างเดียวไม่พอ เผยเคล็ดลับ ยาอายุวัฒนะ ที่หลายคนมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.25 น.

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  กล้ามเนื้อคือยาอายุวัฒนะ

ผมสารภาพตรง ๆ เลยครับ ตลอดช่วงวัยของผม ผมวิ่ง ผมเดิน ผมปั่นจักรยานบ้าง แต่ไม่ค่อยได้ยกน้ำหนักอย่างจริงจัง เพราะคิดว่าการเล่นเวทนั้นไว้สำหรับคนที่อยากมีกล้ามสวยงาม ส่วนหมออย่างผมที่ต้องการแค่สุขภาพดี วิ่งอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอ แล้วก็มีวันหนึ่งที่ผมนั่งอ่านงานวิจัยเรื่อง Sarcopenia และรู้สึกว่ากำลังอ่านคำอธิบายอนาคตที่น่ากลัวของตัวเอง


Sarcopenia หรือภาวะกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia — ภาวะที่มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงตามอายุ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของการเสื่อมถอยของร่างกายในวัยสูงอายุ) เริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปีครับ ช้า ๆ เงียบ ๆ ปีละประมาณ 1% ของมวลกล้ามเนื้อ แต่พอเข้าสู่วัย 50-60 อัตราการสูญเสียเร่งขึ้นเป็น 2-3% ต่อปี และถ้าไม่ทำอะไรเลย ตอนอายุ 80 คุณอาจเหลือกล้ามเนื้อแค่ครึ่งเดียวของตอนอายุ 30

ครึ่งเดียวครับ! โดยไม่รู้ตัว! วันนั้นผมวางงานวิจัยลง เดินไปซื้อดัมเบลล์ กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่ความสวยงาม คนส่วนใหญ่มองกล้ามเนื้อเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ใครอยากมีกล้ามก็เล่นเวท ใครไม่ได้สนใจเรื่องนั้นก็ข้ามไป นั่นคือความเข้าใจผิดที่อาจทำให้คุณเสียใจในภายหลังครับ กล้ามเนื้อคือ อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย คิดเป็น 40-50% ของน้ำหนักตัวในคนที่มีสัดส่วนปกติ และมันทำหน้าที่มากกว่าการขยับแขนขา

ในแง่การเผาผลาญ กล้ามเนื้อคือแหล่งเผาผลาญพลังงานหลักของร่างกาย กล้ามเนื้อที่มากขึ้นหมายถึงร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นแม้ในขณะนอนหลับ ซึ่งนั่นหมายถึงการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

ในแง่การดูดซึมกลูโคส กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะหลักที่ดูดซึมกลูโคสออกจากเลือดเมื่ออินซูลินสั่ง ถ้ากล้ามเนื้อน้อย กลูโคสในเลือดก็ไม่มีที่ไป ระดับน้ำตาลในเลือดก็พุ่งสูง ซึ่งคือเส้นทางสู่เบาหวาน

ในแง่ Longevity กล้ามเนื้อที่แข็งแรงสัมพันธ์กับการมีชีวิตอยู่ที่ยาวนานกว่าและมีคุณภาพดีกว่าอย่างชัดเจน งานวิจัยพบว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในวัย 40-50 เป็นตัวพยากรณ์คุณภาพชีวิตในวัย 70-80 ที่แม่นยำกว่าปัจจัยอื่นหลายอย่าง¹

และในแง่ที่หลายคนไม่นึกถึง กล้ามเนื้อคือ "ธนาคารกรดอะมิโน" สำรองของร่างกาย เมื่อคุณป่วยหนัก ผ่าตัด หรืออยู่ในภาวะวิกฤต ร่างกายดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้ซ่อมแซมและฟื้นฟู คนที่มีกล้ามเนื้อมากจึงฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้ดีกว่าและเร็วกว่ามาก

Sarcopenia — ศัตรูตัวร้ายที่เดินเข้ามาเงียบ ๆ

ขอให้ลองนึกภาพนี้ครับ

มีคนสองคนอายุ 75 ปีเท่ากัน น้ำหนักตัวพอ ๆ กัน แต่คนแรกมีมวลกล้ามเนื้อสูงและคนที่สองมีมวลกล้ามเนื้อน้อย คนทั้งสองนั้นแม้จะดูคล้ายกันจากภายนอก แต่สุขภาพแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คนที่มีกล้ามเนื้อน้อยมักมีปัญหาทรงตัวและเดินลำบาก เสี่ยงหกล้มสูง ฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยช้า ระบบเผาผลาญช้าลง น้ำตาลในเลือดควบคุมยากขึ้น และคุณภาพชีวิตลดลงอย่างมากในช่วงสิบปีสุดท้ายของชีวิต

Sarcopenia ส่งผลต่อผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีประมาณ 10-20% และเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ในผู้ที่อายุมากกว่า 80 ปี² แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มันป้องกันได้และชะลอได้ด้วย Resistance Training
Resistance Training คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ?

Resistance Training หรือการฝึกแรงต้าน (การออกกำลังกายที่ใช้แรงต้านทาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก แรงต้านของแถบยาง หรือน้ำหนักตัวเอง เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น) ไม่ได้หมายความว่าต้องไปยิมและยกบาร์เบลล์หนักมากครับ

มันรวมถึงทุกกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อต้านแรงบางอย่าง เช่น การทำท่าสควอท (Squat) โดยใช้น้ำหนักตัวเอง การทำท่าวิดพื้น การยกดัมเบลล์ การใช้แถบยางออกกำลังกาย การว่ายน้ำ การปีนป่าย หรือแม้แต่การแบกของหนักในชีวิตประจำวัน

หลักการสำคัญคือ Progressive Overload (การเพิ่มแรงต้านทานอย่างค่อยเป็นค่อยไป) ซึ่งหมายถึงการค่อย ๆ เพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อบังคับให้กล้ามเนื้อต้องปรับตัวและเติบโต

ทำไมกล้ามเนื้อจึงเติบโตเมื่อออกกำลังกาย? เพราะเมื่อคุณยกน้ำหนัก เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดรอยฉีกขาดเล็ก ๆ ในระดับจุลภาค ร่างกายตอบสนองด้วยการซ่อมแซมและสร้างใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม กระบวนการนี้เรียกว่า Muscle Protein Synthesis (การสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อ)

หลักฐานที่เปลี่ยนมุมมองผม

งานวิจัยเรื่อง Resistance Training และ Longevity มีหลายชิ้นที่น่าสนใจมากครับ

การศึกษา meta-analysis ที่ตีพิมพ์ใน British Journal of Sports Medicine ปี 2022 รวบรวมงานวิจัยกว่า 16 ชิ้น ครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 1.5 ล้านคน พบว่า Resistance Training สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 15% โรคหัวใจ 17% มะเร็ง 12% และเบาหวาน 17%³

และที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ ผลดีเหล่านี้เกิดจากการออกกำลังกายเพียง 30-60 นาทีต่อสัปดาห์ เท่านั้น ไม่ต้องไปยิมทุกวัน ไม่ต้องยกน้ำหนักมาก

งานวิจัยจาก Iowa State University โดย Duck-chul Lee และคณะ ที่ตีพิมพ์ใน Medicine & Science in Sports & Exercise ปี 2019 ศึกษาผู้เข้าร่วม 12,591 คนเป็นเวลาเฉลี่ย 19 ปี พบว่าการทำ Resistance Training เพียง 1-59 นาทีต่อสัปดาห์ สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ทำเลยถึง 40-70% และที่น่าสนใจกว่านั้นคือการทำเกินกว่า 60 นาทีต่อสัปดาห์ไม่ได้เพิ่มประโยชน์ขึ้นอีก⁴

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ vs น้ำหนักตัว — อะไรสำคัญกว่ากัน?

มีงานวิจัยที่น่าสนใจมากจาก University of South Carolina ที่ศึกษาชายวัยกลางคนมากกว่า 8,000 คนเป็นเวลาหลายสิบปี พบสิ่งที่ชวนคิดมากครับ ชายที่มีน้ำหนักปกติแต่กล้ามเนื้ออ่อนแอ มีความเสี่ยงการเสียชีวิตสูงกว่าชายที่น้ำหนักเกินแต่กล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างมีนัยสำคัญ⁵ นั่นหมายความว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออาจเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญกว่าน้ำหนักตัวหรือ BMI ในบางแง่มุม

วิธีวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ง่ายที่สุดและได้รับการพิสูจน์ว่าสัมพันธ์กับสุขภาพโดยรวมคือ Grip Strength หรือแรงบีบมือ ซึ่งวัดได้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Dynamometer และหมอหลายคนใช้ตัวชี้วัดนี้ในการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ

กล่องความรู้: ทดสอบตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรือยิมก็ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเบื้องต้นได้ครับ

ทดสอบแรก — Sit-to-Stand Test: นั่งบนเก้าอี้ความสูงปกติ ลุกขึ้นยืนและนั่งลงสิบครั้งโดยไม่ใช้มือช่วย จับเวลาดู ถ้าทำได้ในเวลาน้อยกว่า 20 วินาที ถือว่าดีสำหรับคนอายุต่ำกว่า 60 และน้อยกว่า 25 วินาทีสำหรับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป

ทดสอบที่สอง — Balance Test: ยืนขาเดียวโดยไม่จับอะไร จับเวลาว่านานแค่ไหน ถ้าอายุต่ำกว่า 60 ควรได้อย่างน้อย 10 วินาที ถ้าอายุ 60 ปีขึ้นไปควรได้อย่างน้อย 5 วินาที

ทดสอบที่สาม — Push-up Test: ทำวิดพื้นให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่หยุดพัก ผู้ชายอายุ 40-49 ปีควรทำได้อย่างน้อย 13 ครั้ง ผู้หญิงอายุเดียวกันควรได้อย่างน้อย 7 ครั้ง
ถ้าทำไม่ได้ตามเกณฑ์ นั่นไม่ใช่เหตุผลให้หมดหวัง แต่คือสัญญาณว่าต้องเริ่มทำ Resistance Training

โปรแกรมเริ่มต้นสำหรับทุกระดับ — ไม่ต้องมียิม

ผมรู้ว่าหลายคนได้ยินคำว่า Resistance Training แล้วคิดถึงยิมราคาแพงและเครื่องออกกำลังกายน่ากลัวทันที ขอบอกตรง ๆ ว่าไม่จำเป็นเลยครับ

ระดับเริ่มต้น — ใช้น้ำหนักตัวเอง

เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่ม ทำสัปดาห์ละ 2-3 วัน วันละ 20-30 นาที

ท่าที่ 1 สควอท ยืนเท้าห่างเท่าช่วงไหล่ นั่งลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้ เข่าไม่เกินปลายเท้า แล้วลุกขึ้น ทำ 3 เซต เซตละ 10-15 ครั้ง ถ้ายากให้จับเก้าอี้ช่วยก่อน
ท่าที่ 2 วิดพื้น ถ้าวิดพื้นเต็มยังยาก ให้วิดพื้นโดยใช้เข่าลงพื้นก่อน ทำ 3 เซต เซตละ 8-12 ครั้ง
ท่าที่ 3 ลันจ์ ก้าวขาข้างหนึ่งไปข้างหน้า นั่งลงจนเข่าหลังเกือบถึงพื้น แล้วดันกลับมา ทำ 3 เซต เซตละ 10 ครั้งต่อข้าง
ท่าที่ 4 แพลงค์  รักษาลำตัวตรง ค้างไว้ 30-60 วินาที ทำ 3 รอบ

ระดับกลาง — เพิ่มแรงต้าน

เมื่อทำระดับเริ่มต้นได้สม่ำเสมอหนึ่งถึงสองเดือน ให้เพิ่มแรงต้านด้วยดัมเบลล์หนัก 2-5 กิโลกรัม แถบยางออกกำลังกาย หรือเป้สะพายหลังที่ใส่น้ำหนัก และเพิ่มท่าที่หลากหลายขึ้น
ระดับสูง — ยิมและบาร์เบลล์

ถ้าต้องการก้าวหน้าต่อ ยิมและโปรแกรมที่มีโค้ชดูแลจะช่วยได้มาก ท่าหลักที่ได้ประโยชน์สูงสุดได้แก่ Squat, Deadlift, Bench Press และ Row ซึ่งเป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มพร้อมกัน
โปรตีน — เชื้อเพลิงสำหรับสร้างกล้ามเนื้อ

Resistance Training จะได้ผลน้อยมากถ้าไม่กินโปรตีนพอครับ กล้ามเนื้อสร้างจากโปรตีน และเพื่อให้กล้ามเนื้อซ่อมแซมและเติบโตหลังการออกกำลังกาย ร่างกายต้องการกรดอะมิโนที่เพียงพอ
งานวิจัย meta-analysis ขนาดใหญ่โดย Morton et al. ที่ตีพิมพ์ใน British Journal of Sports Medicine ปี 2018 รวบรวมงานวิจัย 49 ชิ้น ครอบคลุมผู้เข้าร่วม 1,863 คน พบว่าการกินโปรตีนเกินกว่าประมาณ 1.62 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวันไม่ได้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อขึ้นอีก⁶ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของ International Society of Sports Nutrition ที่ระบุว่าคนออกกำลังกายทั่วไปต้องการโปรตีนประมาณ 1.4-2.0 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน⁷ สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำสำหรับคนทั่วไปที่ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวันอย่างชัดเจน

สำหรับคนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม นั่นหมายถึงโปรตีนประมาณ 85-100 กรัมต่อวัน ซึ่งได้จากไข่ 3-4 ฟอง บวกกับปลาหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 150 กรัม บวกกับถั่วหรือเต้าหู้อีกพอสมควร
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการกระจายโปรตีนออกเป็นหลายมื้อ เพราะกล้ามเนื้อสามารถใช้โปรตีนได้สูงสุดประมาณ 20-40 กรัมต่อมื้อ การกินโปรตีนทั้งหมดในมื้อเดียวได้ผลน้อยกว่ากระจายสามถึงสี่มื้อ

Resistance Training ในผู้สูงอายุ — ไม่มีคำว่าสายเกินไป

นี่คือส่วนที่ผมอยากเน้นเป็นพิเศษครับ เพราะมักมีคนอายุ 60-70 ปีบอกกับผมว่า "ชักช้าไปแล้วหมอ อายุขนาดนี้คงเล่นเวทไม่ได้แล้ว"
ผิดอย่างมากครับ

งานวิจัยที่ทำในกลุ่มผู้สูงอายุเฉลี่ยอายุ 87-96 ปีในสถานพักฟื้นที่ฮาร์วาร์ด แสดงให้เห็นว่าแม้ในกลุ่มอายุนี้ การทำ Resistance Training เพียง 8 สัปดาห์ยังทำให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นได้ ความแข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ถึง 100-200% และความสามารถในการเดินและทรงตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ⁸

ร่างกายมนุษย์ตอบสนองต่อการฝึกกล้ามเนื้อได้ตลอดชีวิต เพียงแต่ต้องทำอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายในวัยนั้น

สำหรับผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่ม ผมแนะนำให้ทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญหรือนักกายภาพบำบัดในช่วงแรก เพื่อให้ท่าถูกต้องและป้องกันการบาดเจ็บ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว — Resistance Training ยังทำได้ไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือได้ครับ แต่ต้องปรับให้เหมาะสม

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 Resistance Training ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดน้ำตาลในเลือดได้ดี แต่ต้องระวังระดับน้ำตาลและปรับยาร่วมกับแพทย์

สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง Resistance Training ที่ไม่หนักเกินไปช่วยลดความดันได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเกร็งค้างนานและกลั้นหายใจระหว่างยก

สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าหรือข้อสะโพก งานวิจัยพบว่า Resistance Training ที่ทำอย่างถูกต้องช่วยลดอาการปวดและปรับปรุงการทำงานของข้อได้ดีกว่าการพักผ่อนในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมหลายชนิด

สิ่งที่ผมเสียใจที่รู้ช้า

ถ้าผมรู้เรื่อง Resistance Training สำคัญขนาดนี้ตั้งแต่สามสิบปีก่อน ผมคงเริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้น

แต่ผมรู้ตอนนี้ และตอนนี้ก็ยังไม่สาย

เวลาที่ดีที่สุดในการเริ่ม Resistance Training คือสามสิบปีที่แล้ว เวลาที่ดีที่สุดรองลงมาคือวันนี้ครับ

ในบทถัดไปเราจะพูดถึง Aerobic Exercise และ HIIT ซึ่งเป็นอีกเสาของการออกกำลังกายที่สำคัญ และจะแสดงให้เห็นว่าทั้ง Cardio และ Resistance Training ทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อ

สุขภาพที่ดีที่สุด

สรุปบทที่ 9

กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ แต่คืออวัยวะที่สำคัญที่สุดอวัยวะหนึ่งในร่างกาย ที่ควบคุมการเผาผลาญ ระดับน้ำตาล การอักเสบ และคุณภาพชีวิตในวัยสูงอายุ Sarcopenia เริ่มตั้งแต่อายุ 30 และไม่มีวิธีป้องกันที่ดีกว่า Resistance Training ไม่ต้องไปยิมหรือยกน้ำหนักมาก แค่ 30-60 นาทีต่อสัปดาห์ก็เพียงพอสำหรับประโยชน์ด้านสุขภาพ และไม่มีวันไหนที่สายเกินไปที่จะเริ่ม
ทำได้เลยวันนี้

1. ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าสควอทโดยใช้น้ำหนักตัวเอง 10 ครั้ง ทำสามรอบ นั่นคือ Resistance Training แล้วครับ ไม่ต้องมีอุปกรณ์

2. ทดสอบ Sit-to-Stand Test ดูว่าคุณทำได้ 10 ครั้งในเวลาเท่าไหร่ จดบันทึกไว้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วทดสอบซ้ำหนึ่งเดือนต่อมา

3.ถ้าสนใจเริ่มจริงจัง ลองหาวิดีโอ Bodyweight Training สำหรับผู้เริ่มต้นใน YouTube มีฟรีมากมายและเพียงพอสำหรับการเริ่มต้น

เอกสารอ้างอิงบทที่ 9
1.  Srikanthan P, Karlamangla AS. Muscle mass index as a predictor of longevity in older adults. American Journal of Medicine. 2014;127(6):547–553.
2.  Cruz-Jentoft AJ, Bahat G, Bauer J, et al. Sarcopenia: revised European consensus on definition and diagnosis. Age and Ageing. 2019;48(1):16–31.
3.  Momma H, Kawakami R, Honda T, Sawada SS. Muscle-strengthening activities are associated with lower risk and mortality in major non-communicable diseases: a systematic review and meta-analysis of cohort studies. British Journal of Sports Medicine. 2022;56(13):755–763.
4.  Liu Y, Lee DC, Li Y, et al. Associations of resistance exercise with cardiovascular disease morbidity and mortality. Medicine & Science in Sports & Exercise. 2019;51(3):499–508.
5.  Lee DC, Sui X, Artero EG, et al. Long-term effects of changes in cardiorespiratory fitness and body mass index on all-cause and cardiovascular disease mortality in men. Circulation. 2011;124(23):2483–2490.
6.  Morton RW, Murphy KT, McKellar SR, et al. A systematic review, meta-analysis and meta-regression of the effect of protein supplementation on resistance training-induced gains in muscle mass and strength in healthy adults. British Journal of Sports Medicine. 2018;52(6):376–384.
7.  Jäger R, Kerksick CM, Campbell BI, et al. International Society of Sports Nutrition position stand: protein and exercise. Journal of the International Society of Sports Nutrition. 2017;14:20.
8.  Fiatarone MA, Marks EC, Ryan ND, Meredith CN, Lipsitz LA, Evans WJ. High-intensity strength training in nonagenarians: effects on skeletal muscle. JAMA. 1990;263(22):3029–3034. 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top