คลี่แผนใหม่‘กองทุนน้ำมัน’ จับตาทบทวนกรอบอุ้มดีเซล-LPG

คลี่แผนใหม่‘กองทุนน้ำมัน’ จับตาทบทวนกรอบอุ้มดีเซล-LPG

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 

แหล่งข่าวจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 ก.พ.2569 ในภาพรวมพบว่าฐานะกองทุนในส่วนบัญชีน้ำมัน เป็นบวก 39,046 ล้านบาท ส่วนบัญชีก๊าซหุงต้ม(LPG) ติดลบ 38,541 ล้านบาท ทำให้ฐานะโดยรวมเป็นบวก 505 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 61,543 ล้านบาท จากช่วงวันที่ 25 ม.ค.2569 ยังมีฐานะติดลบ 428 ล้านบาท ถือเป็นการบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี จากที่กองทุนเคยติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2565 จำนวน -132,671 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลผ่านกลไกกองทุน เพื่อให้ราคาต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงมาตลอด


แหล่งข่าวกล่าวถึงสถานะกองทุน และความเป็นไปได้ในการปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นตามกลไกตลาด ว่า แผนวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2563-2567 มีกรอบราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีนโยบายตรึงราคา LPG ไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม โดยใช้เงินจากกองทุน ดังนั้นเวลานี้คงยังไม่สามารถปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกลตลาดได้

อย่างไรก็ดี สกนช.อยู่ระหว่างจัดทำแผนวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2568-2572 เนื่องจากแผนเดิมครบกำหนด 5 ปีที่ต้องทบทวนใหม่แล้ว สาระสำคัญของแผนฉบับใหม่จะมุ่งเน้นการพิจารณาด้านความเหมาะสมของการนำเงินกองทุนไปช่วยเหลือวิกฤติราคาพลังงาน จะกำหนดก่อนว่าสถานการณ์ใดเข้าข่ายเป็นวิกฤติ และกรอบการนำเงินกองทุนไปช่วยเหลือควรอยู่ที่ระดับใด จากปัจจุบันยึดเกณฑ์กรณีราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นเกิน 5 เหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์ และราคาขายปลีกน้ำมันขยับขึ้นเกิน 1 บาทต่อสัปดาห์ จึงถือว่าเข้าข่ายเกิดวิกฤติที่กองทุนสามารถเข้าไปรักษาเสถียรภาพได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังยึดกรอบราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร แผนฉบับใหม่ต้องทบทวนว่ายังเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่หรือไม่ และหากปรับเปลี่ยนควรกำหนดราคาที่เหมาะไว้เท่าไร เพื่อให้สอดคล้องกับการนำเงินกองทุนน้ำมันไปช่วยพยุงราคา เช่นเดียวกับ LPG ควรตรึงไว้ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมต่อไปหรือไม่ และการช่วยเหลือควรเลือกเฉพาะกลุ่มครัวเรือน หรือช่วยทุกกลุ่มเหมือนปัจจุบัน ดังนั้นจะดูว่าแนวทางไหนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และฐานะเงินกองทุนมากกว่ากัน โดยแผนฉบับใหม่จะมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top