สะพัด!‘จึงรุ่งเรืองกิจ’เล็งขาย‘ไทยซัมมิท’เซ่นพิษ EV ก่อนร่อนหนังสือโต้ ลั่นอย่าโยง‘การเมือง’

สะพัด!‘จึงรุ่งเรืองกิจ’เล็งขาย‘ไทยซัมมิท’เซ่นพิษ EV ก่อนร่อนหนังสือโต้ ลั่นอย่าโยง‘การเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.28 น.

สะพัด!‘จึงรุ่งเรืองกิจ’เล็งขาย‘ไทยซัมมิท’เซ่นพิษ EV ก่อนร่อนหนังสือโต้ ลั่นอย่าโยง‘การเมือง’

5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าว ระบุว่า บริษัท ไทยซัมมิท กรุ๊ป (Thai Summit Group) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทย กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายกิจการ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สถานการณ์การเมือง และปัญหาการหาผู้สืบทอดธุรกิจภายในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ


บลูมเบิร์ก อ้างว่า ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกหลายแห่งได้เสนอแผนขายกิจการให้ครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ โดยคาดว่ามูลค่าอาจสูงถึง 1,500 - 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 หมื่นล้านถึง 64,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอย่างเป็นทางการ และการพูดคุยยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น โดยทางธนาคารได้เสนอชื่อกลุ่มทุนข้ามชาติอย่าง CVC Capital Partners, Warburg Pincus และ Blackstone Inc. เป็นผู้ซื้อที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่มีการทาบทามอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ แม้ไทยซัมมิทจะมีรายได้ต่อปีมากกว่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 83,000 ล้านบาท มีการจ้างงานพนักงานกว่า 20,000 คน และมีฐานการผลิตทั้งในไทย จีน , ญี่ปุ่น และอินเดีย แต่การรุกคืบของรถยนต์ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อกำไรและมูลค่าบริษัทที่เคยถูกประเมินไว้สูงถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9 หมื่นล้านบาท ในปี 2567

ในปี 2568 แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยจะเพิ่งสูงสูงที่สุดในรอบ 2 ปี แต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับครองส่วนแบ่งตลาดถึง 45% ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ว่ายอดผลิตรถยนต์ในปีนี้ ปี 2569 จะอยู่ที่ราว 1.5 ล้านคัน ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก อ้างว่า อีกปัจจัยที่ทำให้ไทยซัมมิทพิจารณาขายกิจการ คือ ครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจยังประสบปัญหาในการวางตัวทายาทที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจอย่างชัดเจน และคนในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจมักถูกเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย

ต่อมาบริษัท ไทยซัมมิท ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า การชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการขายกิจการของบริษัท สืบเนื่องจากที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ถือหุ้นกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท จะมีการขายธุรกิจ ทางบริษัทขอชี้แจงว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในส่วนที่บริษัทมีการว่าจ้างที่ปรึกษาระดับสากล ถือเป็นปกติ ของการดำเนินงานที่มีการจ้างที่ปรึกษาเป็นครั้งคราวในงานหลายๆ ด้านอยู่แล้ว ทั้งในส่วนที่เป็นที่ปรึกษา ทางด้านการเงินและที่ปรึกษาด้านอื่นนอกเหนือจากการเงิน

บริษัทจึงขอชี้แจงมาเพื่อให้คู้ค้า หุ้นส่วน สถาบันการเงิน มีความมั่นใจได้ว่ากิจการของบริษัทยังคง ดำเนินงานอย่างเป็นปกติ มีกิจการที่มั่นคง และมีความภูมิใจที่เป็นบริษัทคนไทยที่มีเทคโนโลยีชั้นนำ สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในโลกยานยนต์

บริษัทขอยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวของกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ทำงานการเมือง ไม่ได้มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจในการบริหารงานของบริษัทแต่อย่างใด และบริษัทไม่ประสงค์ให้มีการนำเรื่องการประกอบธุรกิจมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top