กรมทรัพย์สินฯเดินหน้าทลายโกดัง’ของใช้เถื่อน’มูลค่ากว่า 60 ลบ.

กรมทรัพย์สินฯเดินหน้าทลายโกดัง’ของใช้เถื่อน’มูลค่ากว่า 60 ลบ.

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.05 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันยังคงพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสินค้าดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังแฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มาตรฐาน กรมฯ จึงเร่งเครื่องดำเนินมาตรการป้องกันและปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือมีสารอันตรายเจือปน อาทิ เครื่องสำอางที่มีสารปรอทหรือสเตียรอยด์ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ อย. เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อให้การป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงบูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยผนึกกำลังกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนตัวแทนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศ โดยจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดนำเข้าสินค้า แหล่งกระจายสินค้า และอาคารหรือโกดังเก็บสินค้าอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และท้องตลาดทั่วไป ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด


สำหรับปฏิบัติการล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. และตัวแทนเจ้าของสิทธิจากบริษัท อาร์.ดับบลิว.ที. อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด และบริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าปลอมที่ไม่มีฉลากหรือแหล่งที่มาของสินค้ารวม 223,404 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 63.20 ล้านบาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสินค้าด้อยคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน อาทิ แชมพู โลชั่นบำรุงผิว ครีมทาหน้า เซรั่มบำรุงผิวหน้า ยาสีฟัน และหัวเทียนมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางออนไลน์ นำมาสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายที่ใช้เป็นแหล่งลักลอบกักเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้

นางอรมน กล่าวว่า ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ หรือหากเป็นสินค้าออนไลน์ก็ควรเลือกซื้อจากร้านค้าทางการ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำผิดปกติหรือไม่มีข้อมูลผู้จำหน่ายที่ชัดเจน และควรตรวจสอบเครื่องหมายรับรองและฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เช่น เครื่องหมายการค้า ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ฉลากข้อความภาษาไทย ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง สารที่ใช้เป็นส่วนผสม เลขที่ใบรับแจ้ง ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันที่ผลิต และคำเตือน เป็นต้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นางอรมน กล่าวว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่ขาย และไม่สนับสนุนสินค้าปลอมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศการค้าที่โปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการค้าการลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง หากพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือโทรสายด่วน 1368

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top