สสว.ชูโรดแมปปี69 ขับเคลื่อนSME-ซอฟต์พาวเวอร์

สสว.ชูโรดแมปปี69 ขับเคลื่อนSME-ซอฟต์พาวเวอร์

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สสว.’เปิดโรดแมปปี69 ชู 143 โครงการไฮไลต์ ซัพพอร์ตเอสเอ็มอี วงเงินกว่า 8.2 พันล้านบาท พร้อมลุยยกระดับเอสเอ็มอี-ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์-ขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ย้ำมุ่งวาง‘โครงสร้างอนาคตของเอสเอ็มอีไทย’ผ่านบทบาท Policy Maker เอื้อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในตลาดโลกในระยะยาว

นางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.อยู่ในบทบาท “Policy Maker” ที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริม SME ของประเทศ โดยแผนปี 2569 ถูกออกแบบภายใต้โจทย์สำคัญ “ทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด ไปต่อ และเติบโตได้จริง” 



“สสว.ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงหน่วยปฏิบัติการ แต่เป็นศูนย์กลางเชิงนโยบายที่เชื่อมทุกกลไกของรัฐเข้าด้วยกัน เพื่ออุดช่องว่างของระบบส่งเสริม SME ไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งปี 2569 ถือเป็นปีที่การบูรณาการจะเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด สสว. ทำงานเชื่อมทั้งงบประมาณปกติของหน่วยงานต่าง ๆ และงบจากกองทุนส่งเสริม SME เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ซ้ำซ้อน ต่อเนื่องและตรงจุด” นางสาวปณิตา กล่าว
สำหรับโครงสร้างแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 แผนหลัก รวม 143 โครงการ วงเงิน 8,281.93 ล้านบาท ได้แก่ 1.แผนยกระดับ SME ขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ วงเงิน 4,259.59 ล้านบาท ครอบคลุมถึง 99 โครงการ 2.แผนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ วงเงิน 3,928.40 ล้านบาท จำนวน 35 โครงการ และ 3.แผนงานอื่น ๆ เพื่อการส่งเสริม SME วงเงิน 212.27 ล้านบาท รวมจำนวน 9 โครงการ


นางสาวปณิตา กล่าวว่า ไฮไลต์ใหม่ของ สสว. ในการดำเนินงานปี 2569 คือ การผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับ SME มากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ วงเงินรวม 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี พร้อมปรับมาตรการ “แต้มต่อ” ให้ SME แข่งขันได้มากขึ้น จากเดิมเคยได้แต้มต่ออยู่ที่ร้อยละ 10-15 โดย สสว.เตรียมขยายแต้มต่อให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม


“นับเป็นครั้งแรกที่ สสว. เตรียมขยายแนวคิด Thai SME-GP ไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนรายใหญ่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย โดย สสว. จะเข้าไปช่วยยกระดับมาตรฐาน คุณภาพ และความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กติกาที่เข้มข้นของภาคธุรกิจได้จริงและมีประสิทธิภาพตามที่ภาคธุรกิจใหญ่ๆกำหนด” นางสาวปณิตา กล่าว


นางสาวปณิตา กล่าวว่า อีกกลไกสำคัญ คือ การยกระดับ SME แถวหน้า ผ่านแนวคิด “Empowering SME” ซึ่งปี 2569 จะคัดเลือก SME ศักยภาพสูงจำนวน 36 ราย เข้าสู่กระบวนการ Grooming แบบเฉพาะตัว (Tailored-made) วิเคราะห์เชิงลึกทั้งธุรกิจ การเงิน ตลาด และการบริหาร เพื่อพา SME กลุ่มนี้ Scale up เติบโตแบบก้าวกระโดด และต่อยอดสู่ตลาดสากลเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจได้ต่อไป
นอกจากนี้ สสว. ยังเดินหน้าเครื่องมือสนับสนุนรอบด้าน ทั้งระบบเงินอุดหนุน BDS ที่ช่วย SME พัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Co-payment วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อรายต่อปี แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อการปรับตัวและยกระดับธุรกิจ รวมถึงการผลักดัน Green Transformation ให้ SME ไทยสอดรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก


“การทำงานของ สสว. ในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการทำโครงการ แต่คือการวาง “โครงสร้างอนาคตของ SME ไทย” ผ่านบทบาท Policy Maker ที่เชื่อมทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน และทุกเครื่องมือเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ SME ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน และก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในตลาดโลกในระยะยาว” นางสาวปณิตา กล่าว

-032

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top