533.jpg
ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวต่อเนื่อง รับการเติบโตเทคโนโลยีสมัยใหม่

ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าไทย ก.พ. ขยายตัวต่อเนื่อง รับการเติบโตเทคโนโลยีสมัยใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.15 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับความต้องการนำเข้าสินค้าสำหรับผลิตและส่งออกยังขยายตัว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาทและต้นทุนโลจิสติกส์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า 


ทั้งนี้ดัชนีราคาส่งออก เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 113.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 2.2 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มฟื้นตัว แต่ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.8 ได้แก่ ทองคำ จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI และ Data  Center เพิ่มขึ้นทั่วโลก และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค ทำให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศและระบบทำความเย็นในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

 หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.4  ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป จากความต้องการเนื้อไก่และสินค้าไก่แปรรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง ตามความต้องการอาหารสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ตามความต้องการของตลาดที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากอุปทานน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง

ดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 120.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 4.9 (YoY) สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตและการลงทุนที่ขยายตัวตามการส่งออก โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน และวัตถุดิบ ขณะที่การนำเข้าพลังงานมีแนวโน้มผันผวนตามราคาน้ำมันตลาดโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.9 ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตและส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้แร่โลหะเพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.4 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตามความต้องการบริโภคในประเทศ และการนำเข้าสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ตามความต้องการใช้ยาและเวชภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และเครื่องประดับอัญมณี จากการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ทองคำ เพชร พลอย และโลหะมีค่า เพื่อใช้ในการผลิตและส่งออก หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนเพิ่มขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า

แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนมีนาคม 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องโดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน  2) ความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปขยายตัวต่อเนื่อง  3) สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก และ 4) ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบนำเข้า ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ 1) ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก และอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง 2) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค 3) ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าระวางเรือสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น 4) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ และ 5) ความผันผวนของค่าเงินบาท

 

-031

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top