538.jpg
อย่าแค่ด่าให้สะใจ! ณัฏฐ์ ชี้รถไฟชนรถเมล์ บทเรียนราคาแพงที่ต้องแก้ที่ระบบ

อย่าแค่ด่าให้สะใจ! ณัฏฐ์ ชี้รถไฟชนรถเมล์ บทเรียนราคาแพงที่ต้องแก้ที่ระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

31 พฤษภาคม 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในสังคมยุคดิจิทัลที่ใครๆ ก็เป็นผู้พิพากษาได้บนหน้าจอ เรามักจะเห็นปรากฏการณ์ "ทัวร์ลง" หรือการรุมประณามจริยธรรมของผู้อื่นเกิดขึ้นแทบทุกชั่วโมง มองผิวเผินเหมือนสังคมเราตื่นตัวเรื่องความถูกต้อง...

แต่ในเชิงยุทธศาสตร์สังคม มันคือสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่า สังคมกำลังย่ำอยู่กับที่ เพราะเรามักละเลยการตรวจสอบ "เชิงระบบ" และ "พฤติกรรมของตัวเอง"


​จุดบอดทางพฤติกรรมศาสตร์ (Cognitive Bias) ของมนุษย์เรื่องนี้ ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ของสองศาสนาหลักของโลกอย่างน่าอัศจรรย์:

ฝั่งตะวันตะวันตก (คัมภีร์ไบเบิล มัทธิว 7:3-5): “เหตุไฉนท่านมองดูผงที่ในตาพี่น้องของท่าน แต่ไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่าน ท่านก็ไม่รู้สึกรู้สา? ... จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อน”

ฝั่งตะวันออก (พระไตรปิฎก คาถาธรรมบท): “โทษของคนอื่นเห็นได้ง่าย... ย่อมโปรยโทษของคนอื่นลง เหมือนบุคคลโปรยแกลบให้กระจาย แต่ขจัดโทษของตนเองไว้ เหมือนนักเลงสลัดซ่อนลูกเต๋าโกง”

​ลองถอดรหัสปัญญาญาณนี้ผ่านเลนส์ของนักยุทธศาสตร์ โดยมองย้อนกลับไปที่โศกนาฏกรรมล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ กรณี "รถไฟชนรถเมล์ที่แยกอโศก-เพชรบุรี (มักกะสัน) ปี 2569"

​นาทีแรกที่เกิดเหตุและมีภาพรถเมล์จอดอยู่กลางราง สังคมบนโลกออนไลน์เปิดฉาก "โปรยแกลบ" และรุมชี้หน้าด่าคนขับรถเมล์ทันที (ผงในตาที่ทุกคนมองเห็นชัด) ว่ามักง่าย ไม่มีวินัย ไปจอดในจุดห้ามจอดคร่อมรางรถไฟได้อย่างไร

​แต่เมื่อข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานจากกล่องดำเปิดเผยออกมา ความจริงกลับชี้ไปที่ "ไม้ทั้งท่อน" เชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง:

- กายภาพของผังเมืองและคอขวดจราจร: การบริหารจัดการจราจรบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ที่ปล่อยให้รถติดสะสมจนบีบให้รถสาธารณะค้างอยู่บนแนวราง โดยไม่มีพื้นที่ด้านหน้าให้ขยับหนี

- ข้อจำกัดของระบบคานกั้นอัตโนมัติ: กลไกไม้กั้นที่ไม่สามารถทำงานหรือทอดลงมาได้เมื่อมีรถจราจรติดขัดสะสมขวางแนวคาน ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังขาดการออกแบบเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Fail-Safe System)

- ขาดระบบเตือนภัยอัจฉริยะร่วมกัน: ระหว่างการรถไฟฯ กับระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรของเมือง ที่จะตัดสัญญาณหรือแจ้งเตือนขบวนรถไฟได้ทันท่วงทีเมื่อมีรถติดค้างอยู่บนทางตัดผ่าน

การรุมประณามคนขับจบลงที่ความสะใจและได้ผู้รับผิดชอบรายบุคคลชั่วข้ามคืน แต่ตราบใดที่ "ไม้ทั้งท่อน" ซึ่งเป็นความบกพร่องเชิงโครงสร้าง อาณัติสัญญาณ และการออกแบบผังเมืองจราจรยังไม่ถูกแก้ไขด้วยยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง สังคมไทยก็ทำได้แค่รอเวลาไว้อาลัยให้กับอุบัติเหตุที่จุดตัดเดิมๆ ในอนาคตอีกไม่รู้จบ

ยุทธศาสตร์ทางออก

​“Accountability Culture: เปลี่ยนจากการสาดโคลน มาเป็นการส่องกระจก”

​หากเราอยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่เราต้องสร้างร่วมกันไม่ใช่การสร้างพื้นที่รุมประณามรายวันเพื่อความสะใจ แต่คือการสร้าง "วัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบเชิงระบบ" ที่เริ่มต้นจากตัวเราเอง:

- ส่องกระจกก่อนส่องกล้องขยาย (Self-Reflection): ตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองในฐานะฟันเฟืองหนึ่งของสังคม ไม่ซ่อน "ลูกเต๋าโกง" ด้วยการมีมาตรฐานจริยธรรมที่ยืดหยุ่นตามความสะดวกของตัวเอง

- เช่น เราอาจจะเป็นคนที่โพสต์ด่าคนขับรถไร้วินัยอย่างเผ็ดร้อนบนโซเชียลมีเดีย แต่พอตัวเองโดนตำรวจเรียกตรวจเพราะทำผิดกฎจราจร กลับเลือกที่จะ "แอบส่งเงินใต้โต๊ะ" ยื่นสินบนให้เจ้าหน้าที่เพื่อตัดรำคาญและไม่ให้ถูกยึดใบขับขี่ การทำแบบนี้คือการเรียกร้องจริยธรรมจากผู้อื่น แต่หย่อนยานกับตัวเอง ซึ่งมีแต่จะขับเคลื่อนสังคมให้ดิ่งลง

- มองให้ทะลุถึงโครงสร้าง (Systems Thinking): เมื่อเกิดปัญหาในสังคม แทนที่จะหยุดอยู่แค่การรุมประณามตัวบุคคล ให้ยกระดับเป็นการตั้งคำถามเพื่อแก้ไขเชิงระบบและทวงถามการปฏิรูปโครงสร้างอาณัติสัญญาณจราจรจากผู้มีอำนาจ เพื่อไม่ให้โครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ส่งต่อความเสี่ยงไปถึงคนอื่นอีก

การชักไม้ทั้งท่อนออกจากตา ไม่ได้แปลว่าให้เราหยุดตรวจสอบผู้อื่น แต่มันคือการเคลียร์ทัศนวิสัยของเราให้ชัดเจนและเที่ยงตรงที่สุด เพื่อที่เราจะได้มองเห็นปัญหาของประเทศตามความเป็นจริง และแก้ไขมันที่ต้นตอร่วมกัน... ไม่ใช่แก้เพื่อความสะใจไปวันๆ

วันนี้คุณคิดว่า ‘ไม้ทั้งท่อน’ หรือ ‘ลูกเต๋าโกง’ ที่กำลังบดบังทัศนวิสัยและการพัฒนาของสังคมไทยมากที่สุดคือเรื่องอะไร? มาร่วมวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
31 พฤษภาคม 2569
​#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #นักยุทธศาสตร์ #คิดเชิงระบบ #SystemsThinking #ถอดบทเรียน #วัฒนธรรมความรับผิดชอบ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top