542.jpg
ขบวนการนอมินีใต้! เมื่อทุนต่างชาติกินรวบ ฮุบที่ดินไทยเบ็ดเสร็จ

ขบวนการนอมินีใต้! เมื่อทุนต่างชาติกินรวบ ฮุบที่ดินไทยเบ็ดเสร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.41 น.

21 มิถุนายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โฑสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ปฏิบัติการทลาย "นอมินี" ภาคใต้: เมื่อทุนสีเทาข้ามชาติกำลังเปลี่ยน "อธิปไตยที่ดินไทย" ให้เป็นธุรกิจกินรวบวงจรปิด

​ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมความตั้งใจจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่เดินหน้าขับเคลื่อน "ปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีต่างชาติ" อย่างจริงจังและต่อเนื่องจนเดินทางมาถึง เฟส 3 ในครั้งนี้ การทำงานอย่างเด็ดขาดแบบนี้คือสิ่งทีสังคมไทยรอคอย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติ


​จากปฏิบัติการล่าสุดในการบุกทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติในพื้นที่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ กว่า 60 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งชาวไทยและต่างชาติรวม 48 คน จากหมายจับทั้งหมด 59 หมาย (แบ่งเป็นคนไทย 28 คน และต่างชาติ 31 คน) พร้อมยึดและตรวจสอบที่ดินรวมกว่า 49 ไร่ มูลค่าสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินสูงถึง 1,053 ล้านบาท!

​แต่ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคม ตัวเลขพันล้านที่ปรากฏบนหน้าสื่อเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" เท่านั้น เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้มี 3 Insights ลับ ทางเศรษฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้ และมันกำลังชี้ให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการทำผิดกฎหมายแต่งตั้งตัวแทนอำพรางธรรมดา แต่คือ "สงครามแย่งชิงทรัพยากรไทย" ครับ

เจาะ 3 Insights ลับ: สิ่งที่สื่อไม่ได้บอกคุณในข่าวค่ำ

​1. ยุทธศาสตร์ "Geopolitical Flight" (การอพยพสินทรัพย์หนีภัยภูมิรัฐศาสตร์)

​คนทั่วไปมักคิดว่าชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินเพราะชอบเมืองไทยหรืออยากมาทำธุรกิจท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ในเชิงลึก มันคือกระบวนการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์จากภัยสงครามและความขัดแย้งระดับโลก

​หากสังเกตตัวเลขให้ดีจะพบข้อมูลที่น่าสนใจมาก:

​ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเป็น ชาวอิสราเอลถึง 11 คน

​ในขณะที่พื้นที่จังหวัดกระบี่ เครือข่ายที่ถูกทลายเป็นของ กลุ่มทุนสัญชาติโปแลนด์

​ทั้งสองประเทศนี้กำลังเผชิญหน้ากับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรงในฝั่งยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง ทุนเหล่านี้จึงไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นกลุ่มทุนที่ต้องการย้ายฐานที่มั่นและฟอกเงินสดให้ออกมาอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศที่มีความปลอดภัยสูงอย่างประเทศไทย โดยยอมจ่าย "ค่าหัวคิว" ราคาแพงให้คนไทยบางกลุ่มยอมเซ็นชื่อบังหน้า เพื่อแลกกับการได้สิทธิ์ครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย

​2. โมเดลธุรกิจแบบ "Closed-Loop Economy" (กินรวบวงจรปิด)

​นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะทุนนอมินีเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อแบ่งปันเม็ดเงินหรือกระจายรายได้ให้ชุมชนเลย แต่ใช้วิธีสร้างระบบนิเวศน์ที่ "เงินหมุนในวงต่างชาติ 100%"

​ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กลุ่มทุนโปแลนด์ที่กระบี่ ตั้งบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่าหรูสไตล์โมเดิร์นขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท โดยมีทุนจดทะเบียนบังหน้าเพียง 4 ล้านบาท แต่กลับถือครองที่ดินถึง 16 แปลง มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท!

​กระบวนการกินรวบ: ตั้งบริษัทนอมินีซื้อที่ดิน - จ้างบริษัทก่อสร้างในเครือข่ายตัวเอง - ทำการตลาดขายผ่านเอเจนซี่ต่างชาติตัวเอง - รับเงินผ่านระบบ Crypto หรือแอปพลิเคชันชำระเงินต่างประเทศ - ลูกค้าที่มาซื้อหรือเช่าพักก็เป็นคนชาติตัวเอง

​เม็ดเงินเป็นพันล้านที่เห็นในข่าว แทบไม่มีสลึงไหนตกถึงมือแม่ค้า โรงแรม หรือคนท้องถิ่นเลย ผลประโยชน์เดียวที่ตกถึงคนไทยคือ "ค่าแรงขั้นต่ำ" ในฐานะแม่บ้านหรือพนักงานรักษาความปลอดภัย และเงินค่าจ้างเซ็นชื่อบังหน้าไม่กี่บาทเท่านั้น

​3. "Digital Nomad" บังหน้า แต่อสังหาฯ บังหลัง

​ปัจจุบันขบวนการนี้ไม่ได้เดินเข้ามาในคราบมาเฟียถือกระเป๋าเงินสดแบบเดิม ๆ แต่ฉลาดพอที่จะใช้ช่องว่างจากการที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและเปิดรับชาวต่างชาติ เช่น การเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวระยะยาว หรือกลุ่มกลุ่มทำงานทางไกล (Digital Nomad)

​ทุนเหล่านี้จะเข้ามาตั้งรกรากชั่วคราว จากนั้นเริ่มผันตัวไปเป็น "นายหน้าเถื่อน" แนะนำคนชาติตัวเองให้มาซื้อพูลวิลล่า โดยอาศัยความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายไทยที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ทำการ "โคลนนิ่ง" ชื่อคนไทยคนเดิมซ้ำ ๆ ไปใส่ในหลายสิบบริษัท บางคดีพบคนไทย 1 คน มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบังหน้าให้กับบริษัทนอมินีอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติกว่า 20-30 บริษัท โดยที่คนไทยคนนั้นไม่ได้มีการลงเงินลงทุนจริง ๆ เลยแม้แต่น้อย

ผลกระทบทางสังคมที่ตามมาคือ "การเก็งกำไรที่ดินจนคนท้องถิ่นจับต้องไม่ได้" ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต พังงา หรือกระบี่ พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าค่าครองชีพและรายได้เฉลี่ยของคนไทยในพื้นที่ ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นถูกเบียดขับออกจากบ้านเกิดตัวเอง (Economic Displacement) เพราะไม่มีปัญญาซื้อที่ดินหรือที่อยู่อาศัยในราคาที่ถูกปั่นโดยทุนต่างชาติ

ทางออกเชิงยุทธศาสตร์: เราจะสู้กับปัญหานี้อย่างไร?

​เพื่อไม่ให้มาตรการนี้เป็นเพียงแค่ "ไฟไหม้ฟาง" หรือการจับกุมเป็นพัก ๆ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องยกระดับมาตรการในเชิงโครงสร้างอย่างถาวร:

- การบูรณาการฐานข้อมูล (Data Integration): เชื่อมโยงข้อมูลของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ ปปง. เพื่อตรวจเช็กเส้นทางการเงิน (Financial Trail) ของบริษัทที่มีสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับสัดส่วนเงินทุนของคนไทยที่ถือหุ้น

- เพิ่มโทษผู้สนับสนุนเชิงวิชาชีพ (Proxy & Facilitator): สำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่ทำหน้าที่ออกแบบช่องโหว่และจัดหาคนไทยมาบังหน้า ต้องได้รับโทษทางอาญารุนแรงขั้นเด็ดขาดและถูกยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

- การแก้กฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ระยะยาว: ถอดบทเรียนจากประเทศท่องเที่ยวทั่วโลก (เช่น นิวซีแลนด์ หรือออสเตรเลีย) ที่มีการจำกัดสิทธิ์ต่างชาติในการซื้ออสังหาริมทรัพย์แนวราบอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาระดับราคาที่ดินให้คนในประเทศสามารถเข้าถึงได้

เสียงของพวกเรามีพลัง: ร่วมหยุดขบวนการนอมินีกลืนชาติ

​ลำพังเพียงการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่รัฐอาจไม่เพียงพอ หากกฎหมายและนโยบายในระดับโครงสร้างยังไม่ถูกแก้ไขอย่างถาวร ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกดดันและขับเคลื่อนเชิงนโยบายไปด้วยกันครับ

​ขณะนี้แคมเปญที่ผมได้ตั้งไว้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรการทางกฎหมายจัดการปัญหานี้อย่างถาวร มีผู้ร่วมอุดมการณ์ลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 3,000 คน!

ร่วมลงชื่อแสดงพลังของคนไทยได้ที่นี่: https://www.change.org/stopnominee

​ทุก ๆ รายชื่อคือการส่งสัญญาณเสียงดัง ๆ ไปถึงผู้ทำนโยบายว่า คนไทยจะไม่ยอมสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจและที่ดินทำกินให้กับทุนสีเทาข้ามชาติอีกต่อไป ร่วมลงชื่อและช่วยกันแชร์บทความวิเคราะห์นี้ออกไปให้ถึงผู้มีอำนาจสั่งการครับ!

​คุณคิดว่ามาตรการกวาดล้างนอมินีในครั้งนี้ จะสามารถหยุดยั้งขบวนการทุนสีเทาข้ามชาติได้ในระยะยาวหรือไม่? หรือเราจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎหมายที่ดินและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด? มาร่วมแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์กันในคอมเมนต์ครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
21 มิถุนายน 2569

#นอมินีต่างชาติ #อธิปไตยที่ดินไทย #เศรษฐกิจสีเทา #ภูเก็ต #กระบี่ #พังงา

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top