542.jpg
ชำแหละเขาวงกต 3 ต่อ บัตรทอง กทม. วิกฤตใบส่งตัวที่คนกรุงต้องแบกรับ

ชำแหละเขาวงกต 3 ต่อ บัตรทอง กทม. วิกฤตใบส่งตัวที่คนกรุงต้องแบกรับ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

22 มิถุนายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มหากาพย์ ‘เกมส่งไม้ 3 ทอด’ ของสิทธิบัตรทองใน กทม. คอขวดคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ต้องได้รับการผ่าตัด

​คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีโรงพยาบาลระดับประเทศหนาแน่นที่สุด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากที่สุด และมีงบประมาณมหาศาล กลับกลายเป็นจังหวัดที่ประชาชนใช้สิทธิบัตรทองได้ "ซับซ้อนและทรมานที่สุด"?


​ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ท่ามกลางโค้งสุดท้ายก่อนการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ มีปัญหาหนึ่งที่คนกรุงกว่า 3.5 ล้านคนต้องเจอเหมือนกันเมื่อเจ็บป่วย และมันเป็น "จุดคอขวด" ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตโดยตรง นั่นคือวิกฤตการขอใบส่งตัวจาก "คลินิกชุมชนอบอุ่น" ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่า “แต่ก่อนมันไม่ได้แย่ขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?”

​ใช่ครับ... แต่ก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้ และนี่คือความจริงเชิงโครงสร้างที่ระบบใหม่จงใจผลักภาระให้ประชาชนครับ

อดีต vs ปัจจุบัน: เกิดอะไรขึ้นกับคลินิกชุมชนอบอุ่น?

​ถ้าถอยหลังกลับไปในอดีต ระบบบัตรทองใน กทม. ไม่ได้ตึงเครียดขนาดนี้ คนไข้เดินเข้าคลินิกชุมชนอบอุ่นเพื่อคัดกรอง หากโรคยากเกินไป หมอก็ออกใบส่งตัวให้ไปโรงพยาบาลใหญ่ได้อย่างราบรื่น โรงพยาบาลใหญ่ก็เบิกเงินตรงจาก สปสช. คลินิกด่านหน้าไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย มีหน้าที่ดูแลและส่งต่อทางการแพทย์อย่างแท้จริง

​แต่ปัจจุบัน กติกาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง (OP New Model):

สปสช. เปลี่ยนมาใช้ระบบ "เหมาจ่ายรายหัวแบบปิด" โดยโอนเงินก้อนทั้งหมดไปให้ "คลินิกชุมชนอบอุ่น" (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคลินิกเอกชนที่มารับงานรัฐ) เป็นคนบริหารจัดการเงินเอง โดยมีเงื่อนไขทุบโต๊ะว่า “ถ้าคนไข้ต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลใหญ่ คลินิกด่านหน้าจะต้องเป็นผู้แบกรับและจ่ายค่ารักษาปลายทางนั้นด้วย”

​เมื่อกติกาบิดเบี้ยวจากเรื่องสาธารณสุขกลายเป็นเรื่องธุรกิจ คลินิกชุมชนอบอุ่นจึงเปลี่ยนหน้าที่จาก "ด่านหน้าดูแลคนไข้" กลายเป็น "ผู้คุมประตูกักใบส่งตัว"

เพราะภายใต้ระบบนี้ "ยิ่งส่งตัว คลินิกยิ่งขาดทุน" ใบส่งตัวจึงถูกลดทอนคุณค่าจากเอกสารทางการแพทย์ กลายเป็น 'ใบอนุมัติเช็คเงินสด' ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋าคลินิก คลินิกเอกชนซึ่งต้องแบกรับต้นทุนจึงยอมเล่นบทใจร้าย ยื้อ ดึงเช็ง หรือจำกัดโควตาใบส่งตัว เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจตนเอง โดยปล่อยให้คนไข้วิ่งรอกทรมานอยู่บนความเสี่ยง

เขาวงกต 3 ต่อ: ผลกรรมที่คนกรุงต้องแบกรับ

​เมื่อกรุงเทพฯ ไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอของรัฐรองรับแบบต่างจังหวัด (ซึ่งต่างจังหวัดเขาระบบง่ายกว่ามากเพราะ รพ. ทั้งหมดสังกัดกระทรวงเดียวกัน เงินกระเป๋าเดียวกัน ไม่มีการดึงเช็งใบส่งตัว) คนกรุงจึงต้องยอมเล่นเกมวิบากกรรม 3 ต่อ:

​ทอดที่ 1: ด่านกักตัว "คลินิกชุมชนอบอุ่น" ที่กลายเป็นคอขวดหลัก คอยคัดง้างไม่ให้ออกใบส่งตัวง่าย ๆ

​ทอดที่ 2: ด่านกลาง "โรงพยาบาลที่ผูกสิทธิไว้" โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางที่เป็นคู่สัญญารับช่วงต่อ ซึ่งคิวแน่นและมักจะจำกัดสิทธิ์เพื่อไม่ให้งบประมาณติดลบเช่นกัน

​ทอดที่ 3: ปลายทาง "โรงพยาบาลใหญ่ที่มีประวัติเดิม" (ศิริราช จุฬาฯ รามาฯ) ที่คนไข้เคยรักษาอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเดินเข้าได้ทันที ต้องยอมย้อนกลับไปนับหนึ่งใหม่ที่ทอดที่ 1 และ 2 เพื่อกราบอ้อนวอนขอใบกระดาษส่งตัวกลับมาที่เดิม

สาส์นเปิดผนึกถึง "ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่" : โจทย์ปฏิรูปคอขวดระบบสุขภาพ

​วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการฟังนโยบายลดแลกแจกแถมลอย ๆ แต่เราต้องการเห็น "ยุทธศาสตร์ผ่าตัดคอขวดคลินิกชุมชนอบอุ่น" จากแคนดิเดตผู้ว่าฯ ทุกคน:

กทม. ต้องดึงอำนาจบริหารงบประมาณ (Health Decentralization): ผู้ว่าฯ กทม. ต้องกล้าเข้าไปจับมือกับ สปสช. เพื่อดึงการบริหารจัดการงบกองทุนบัตรทองในเขตกรุงเทพฯ มาอยู่ในมือ กทม. เอง เพื่อปรับโมเดลการจ่ายเงินใหม่ แยกงบค่ารักษาผู้ป่วยนอกระดับโรงพยาบาลใหญ่ ออกจากงบค่าน้ำค่าไฟของคลินิกปฐมภูมิ ปลดล็อกไม่ให้คลินิกต้องแบกรับต้นทุนการส่งตัว จนเลิกพฤติกรรมกักคนไข้

ขยายศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. แทนการพึ่งพาเอกชน: เร่งยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. ทั้ง 69 แห่ง ให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นด่านหน้าที่พึ่งพาได้ของรัฐเอง ไม่ต้องเอาชีวิตประชาชนไปผูกไว้กับเงื่อนไขกำไรขาดทุนของคลินิกเอกชน

ระบบสลายใบส่งตัวกระดาษ (Digital Linkage): ข้อมูลประวัติการรักษาต้องเชื่อมกันหมดบน Cloud กลาง หากแพทย์ประเมินหน้าจอว่าเกินศักยภาพ ระบบต้องส่งตัวออนไลน์ทันที หมดยุคคนไข้เดินสายหอบกระดาษในเมืองหลวง 2026

​การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้ ไม่ใช่การเลือกคนที่ภาพลักษณ์สวยหรู แต่คือการเลือก "นักยุทธศาสตร์ที่มองเห็นคอขวดที่แท้จริง" และกล้าเข้ามาทลายโครงสร้างการเงินที่บิดเบี้ยวของคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อคืนศักดิ์ศรีการรักษาพยาบาลให้คนเมืองหลวงครับ

​28 มิถุนายนนี้ มาร่วมกันส่งเสียงว่าเราต้องการผู้นำที่เข้ามาทลายเกมส่งไม้ 3 ทอดนี้ หรือจะยอมทนตื่นตี 4 เพื่อไปลุ้นใบส่งตัวแบบเดิม ๆ ต่อไปอีก 4 ปี?

​คุณล่ะครับ? ประสบการณ์ขอใบส่งตัวจากคลินิกชุมชนอบอุ่นในอดีตกับปัจจุบันของคุณต่างกันแค่ไหน? มาร่วมแชร์ข้อมูลและสะท้อนเสียงของคนกรุงไปด้วยกันครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
22 มิถุนายน 2569
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม #เลือกตั้งผู้ว่ากทม2569 #สิทธิบัตรทอง #ใบส่งตัวบัตรทอง #คลินิกชุมชนอบอุ่น #สาธารณสุขกทม #กรุงเทพ2569

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top