วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการยางล้อเปลี่ยนไปสู่ยางที่มีสมรรถนะสูงและมีคุณสมบัติเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งมีราคาเฉลี่ยสูงกว่ายางล้อทั่วไปประมาณ 1.2-1.5 เท่า หรือมีมูลค่าเพิ่มต่อหน่วยสูงขึ้น
ทั้งนี้ไทยยืนอยู่ใน “ตำแหน่งที่ได้เปรียบ” ในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์นั่ง ทั้งในเชิงความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage: RCA) ที่แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับบทบาทการเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญในตลาดโลก โดยความได้เปรียบดังกล่าวมีพื้นฐานจากการเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก การมีฐานการผลิตยางล้อของผู้ผลิตทั้งไทยและต่างชาติที่ตั้งโรงงานในประเทศ และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมการผลิตยางล้อรถยนต์นั่งของไทยในช่วงปี 2559-2568 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 69-92% แสดงถึงศักยภาพการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และชี้ว่าอุตสาหกรรมยางล้อของไทยยังคงมีพื้นที่รองรับการเติบโตตามความต้องการยางล้อรถยนต์ EV ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ดีไทยอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการเปลี่ยนรถยนต์เก่าเป็นรถยนต์ใหม่ ภายใต้มาตรการ“รถเก่าแลกรถใหม่ 2569” ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดในหลายมิติ โดยหากมีการออกแบบมาตรการอย่างเหมาะสม อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการบริโภคยางล้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายในประเทศ และช่วยต่อยอดความได้เปรียบของไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรมดังกล่าวในระยะต่อไป
“ความได้เปรียบของไทยสอดรับกับดีมานด์ยางล้อของทั้งโลกที่กำลังเปลี่ยนไปสู่สินค้าที่มีสมรรถนะสูง เปิดโอกาสให้ไทยสามารถเพิ่มการผลิตจากยางล้อรถยนต์ทั่วไปเป็นยางล้อรถยนต์ EV ซึ่งจะทำให้ไทยรักษา/เพิ่มส่วนแบ่งในตลาดโลกได้”นายนันทพงษ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี