533.jpg
สนค.ชี้ AI-Data Center ดัน‘ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า’โต

สนค.ชี้ AI-Data Center ดัน‘ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า’โต

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวในอัตราชะลอลง จากการที่ภาคการผลิตโลกยังคงขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ประกอบกับความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารในตลาดโลกยังอยู่ในระดับดี ภาวะอุปทานตึงตัวในสินค้าบางประเภท ราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง และการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า


โดยดัชนีราคาส่งออก เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 114.7 เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ขยายตัวในอัตราชะลอลง เป็นผลจากหลายประเทศได้เร่งนำเข้าสินค้าในช่วงก่อนหน้า เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน แต่ภาคการผลิตโลกยังคงขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้าน AI และ Data Center ประกอบกับสินค้าเกษตรและอาหารยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ทั้งนี้ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยหมวดสินค้าเกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 7.4% จากการสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าว ,หมวดสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2% จากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ,หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 0.1% จากการเพิ่มขึ้นของราคาไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์อาหารสัตว์เลี้ยง ,หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้น 31.5% โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

ดัชนีราคานำเข้า เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 126.9 เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวในอัตราชะลอลงเช่นเดียวกัน เพราะการลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยังขยายตัว เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก

 ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 30.2% จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป แม้ราคาจะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ,หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 9.1% จากราคาทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง อุปกรณ์ ส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ,หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 5.9% จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ ตามต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ,หมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้น 4.2% จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ,หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้น 2.5%  ตามความต้องการยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบขับเคลื่อนสมัยใหม่  

สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนกรกฎาคม 2569 คาดว่าขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบสำคัญหลายประเภทที่ยังตึงตัว ต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตร อาหาร พลังงาน โลหะ และทองคำยังสูงกว่าปีก่อน และความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ด้าน AI และ Data Center ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แร่เทคโนโลยี และโลหะสำคัญยังอยู่ในระดับดี ซึ่งจะช่วยพยุงราคาสินค้าในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ในขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของอุปทานสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดที่อาจกดดันราคาสินค้า อุปทานพลังงานโลกที่เพียงพอ และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานอ่อนตัวลง การชะลอการเร่งสะสมสต็อกวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ตลอดจนความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าและข้อจำกัดทางภาษีของประเทศเศรษฐกิจหลัก อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การค้าโลก และความต้องการวัตถุดิบของภาคการผลิตในระยะต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top