เคาะ FID แหล่งซีรุง-เชนด้า เริ่มผลิตปี’71 เป้า 1.5 หมื่นบาร์เรล/วัน

เคาะ FID แหล่งซีรุง-เชนด้า เริ่มผลิตปี’71 เป้า 1.5 หมื่นบาร์เรล/วัน

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) เพื่อพัฒนาแหล่งซีรุง และแหล่งเชนด้า ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี นอกชายฝั่งมาเลเซีย นับเป็นโครงการแรก ซึ่ง ปตท.สผ.เริ่มการพัฒนาหลังจากที่ได้สำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมในมาเลเซีย (Malaysia Greenfield Project) โดยมีแผนจะก่อสร้างแท่นผลิตกลาง (Central processing platform) จำนวน 1 แท่น และแท่นหลุมผลิต (Wellhead platform) จำนวน 1 แท่น คาดว่าจะเริ่มผลิตน้ำมันดิบได้ในปี 2571 ด้วยอัตราการผลิตประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน

ในการพัฒนาโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี ได้รับการออกแบบให้ไม่มีการเผาก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียม (Zero Routine Flare) รวมทั้งยังนำระบบควบคุมการปฏิบัติการนอกชายฝั่งจากระยะไกลเข้ามาใช้ สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน


“หลังจากที่ ปตท.สผ.ประสบความสำเร็จในการค้นพบปิโตรเลียมหลายแหล่งในมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนของ ปตท.สผ. แหล่งซีรุงและแหล่งเชนด้าจะเป็นแหล่งปิโตรเลียมแรกที่ ปตท.สผ. ผลักดันเข้าสู่ระยะพัฒนา และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆในมาเลเซียต่อไป ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเติบโตในระยะยาว พร้อมทั้งการสนับสนุนภาคพลังงานของมาเลเซีย โดยในการดำเนินงาน ปตท.สผ.ได้ให้ความสำคัญกับด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย”นายมนตรี กล่าว

ทั้งนี้บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี ถือสัดส่วนการลงทุน 49.5% บริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือ 25% และบริษัท มิตซุย เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ถือ 25.5% โดยปัจจุบัน ปตท.สผ.มีการลงทุนกว่า 10 โครงการ ในมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในระยะการผลิต การพัฒนา และการสำรวจ

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ปตท.สผ.มีรายได้รวม 294,849 ล้านบาท (เทียบเท่า 8,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปริมาณขายเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 509,906 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2567 ส่วนใหญ่มาจากการผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 (G1/61) ได้ที่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตเต็มปี และความสำเร็จการลงทุนโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 (MTJDA A18) ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 43.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงประมาณ 6% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 60,273 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 18% จากปี 2567 ทั้งนี้กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 1,687 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 575 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปี 2567

โดยในปี 2568 ปตท.สผ.ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่นๆจำนวนกว่า 49,800 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 (G1/61) และจี 2/61 (G2/61) ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย

นายมนตรี กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ ปตท.สผ.จะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเริ่มการพัฒนาโครงการที่มีการค้นพบปิโตรเลียมแล้วในมาเลเซีย และเร่งพัฒนาโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ (Algeria Hassi Bir Rekaiz) ในระยะที่ 2 โครงการสัมปทานกาชา(Ghasha Concession) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 (Mozambique Area 1) โดยตั้งเป้าปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย (Averaged Sales Volume) ไว้ที่อัตรา 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปี 2568

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top