529.jpg
รู้จัก กองทุนน้ำมัน : กันชน สู้ความผันผวน

รู้จัก กองทุนน้ำมัน : กันชน สู้ความผันผวน

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.04 น.

ท่ามกลางกระแสข่าวที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน เมื่อมีการเปิดเผยสถานะล่าสุดของ "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" ว่ากำลังเผชิญกับภาวะ "ติดลบ" สูงถึง 42,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569) และกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาครัฐต้องตัดสินใจลดการอุดหนุนราคาน้ำมันลง เพื่อจัดเก็บเงินไปสมทบกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้กองทุนติดลบมากจนเกินไป

วันนี้เราจะมาถอดรหัส "กลไก" ของกองทุนนี้ให้เข้าใจง่ายๆ ว่านี่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราไม่ต้องเติมน้ำมันในราคาที่สูงจนกระเป๋าฉีก


ย้อนรอย 50 ปี: จากวิกฤตการณ์โลกสู่กฎหมายปี 62

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็น "เกราะกำบัง" ทางเศรษฐกิจที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 50 ปี

จุดเริ่มต้น (พ.ศ. 2516): เกิดขึ้นครั้งแรกเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ราคาพุ่งสูงและขาดแคลนหนัก รัฐบาลในขณะนั้นจึงตั้งกลไก "รักษาระดับราคาน้ำมัน" ขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบปากท้องประชาชน

การปฏิรูปครั้งใหญ่ (พ.ศ. 2562): หลังจากบริหารจัดการผ่านคำสั่งนายกรัฐมนตรีมานาน ในปี 2562 จึงมีการยกระดับเป็น พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้มีฐานกฎหมายที่ชัดเจน มีสถานะเป็นนิติบุคคล (สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ สกนช.) และกำหนดกรอบการกู้เงินที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

หลักการทำงาน: "รวยช่วยจน - ขาขึ้นเก็บ ขาลงจ่าย"

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่สุด กองทุนน้ำมันฯ ก็คือ "กระปุกออมสินยักษ์" ที่ทำงานแบบยืดหยุ่นตามสถานการณ์โลก:

ช่วงน้ำมันโลกราคาถูก (ขาเก็บ): รัฐบาลจะจัดเก็บเงินส่วนต่างจากหน้าปั๊มเข้าสะสมในกองทุนฯ โดยเฉพาะผู้ใช้กลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอล์ 95 มักจะเป็นกลุ่มหลักที่ช่วยส่งเงินเข้าสะสม

ช่วงน้ำมันโลกราคาแพง (ขาจ่าย): เมื่อเกิดวิกฤตหรือราคาตลาดโลกพุ่งสูง กองทุนฯ จะควักเงินสะสมออกมา "ชดเชย" (Subsidy) เพื่อกดราคาหน้าปั๊มให้ต่ำกว่าราคาจริงที่ควรจะเป็น

แบ่งเค้ก 2 บัญชี: "น้ำมัน" และ "ก๊าซหุงต้ม (LPG)"

เงินในกองทุนไม่ได้รวมเป็นก้อนเดียว แต่มีการแยกบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน:

บัญชีน้ำมัน: ดูแลราคาดีเซลและเบนซิน เพื่อควบคุมต้นทุนการขนส่งและภาคอุตสาหกรรม

บัญชีก๊าซ (LPG): เน้นดูแลราคาก๊าซหุงต้มในครัวเรือนโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ราคาอาหารจานด่วนพุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

4. "ชดเชยให้ใคร?" และถ้าไม่มีกองทุนฯ วันนี้เราจะจ่ายเท่าไหร่?

การชดเชยนี้ไม่ได้ให้เงินเจ้าของปั๊มฟรีๆ แต่เป็นการจ่ายเงินคืนให้โรงกลั่นหรือผู้ค้าน้ำมัน เพื่อให้เขาสามารถขายน้ำมันใน "ราคาควบคุม" ตามที่รัฐกำหนดได้

ลองจินตนาการว่า "หากวันนี้ไม่มีกองทุนน้ำมัน" (ประมาณการราคาเดือนมีนาคม 2569):

ดีเซล: ปัจจุบันเราเติมที่ประมาณ 40.74 บาท/ลิตร แต่หากไม่มีเงินชดเชยลิตรละเกือบ 18 บาทจากกองทุนฯ ราคาจริงอาจพุ่งไปแตะ 58-60 บาท/ลิตร

ก๊าซหุงต้ม (15 กก.): จากราคาปัจจุบัน 423 บาท อาจดีดขึ้นไปสูงถึง 550-600 บาทต่อถัง ทันที

บทสรุป: ติดลบเพื่อบรรเทาผลกกระทบประชาชน

แม้ตัวเลขติดลบ 42,000 ล้านบาท จะดูน่าตกใจ แต่นี่คือ "ค่าใช้จ่าย" ที่กองทุนต้องแบกรับเพื่อซื้อความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพราะหากปล่อยให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นตามจริง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว

อย่างไรก็ตาม ภาระการติดลบนี้ก็มีขีดจำกัด หากราคาน้ำมันโลกยังไม่ลดลง กองทุนฯ อาจต้องใช้มาตรการกู้ยืมเพิ่มเติม ซึ่งรับโดยกระทรวงการคลังก็จะต้องเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว  หรือปรับโครงสร้างราคาใหม่เพื่อให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ล้มครืนลงมานั่นเอง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top