‘บางจาก’กำไรพุ่ง ลุยซื้อกิจการ‘เชฟรอนฮ่องกง’

‘บางจาก’กำไรพุ่ง ลุยซื้อกิจการ‘เชฟรอนฮ่องกง’

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.44 น.

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 บางจากมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท ประกอบกับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจจากการเข้าถือหุ้นบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC) ในสัดส่วนร้อยละ 99.72 และการเพิกถอน BSRC ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2568 จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของทั้ง 2 โรงกลั่นภายใต้แนวคิด “Together to Greater” และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานระยะต่อไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า แม้ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง และผลขาดทุนจากสินค้าคงคลัง โรงกลั่นทั้ง 2 แห่งสามารถเพิ่มอัตราการกลั่นเฉลี่ยได้อีก 5,300 บาร์เรลต่อวันจากปีก่อนหน้า จากการที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงไม่มีการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระเช่นเดียวกับปีก่อน ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาสามารถเพิ่มอัตราการกลั่นได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/2568 ใกล้ระดับ 280,000 บาร์เรลต่อวัน ประกอบกับส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังจากอุปทานที่ตึงตัว ส่งผลให้ Crack Spread ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


ทั้งนี้ ไตรมาสสุดท้ายที่ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นสูงถึง 10.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบหลายไตรมาส สนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันมี EBITDA ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มธุรกิจการตลาด ขยายปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจากปีก่อน และรักษาส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 29 โดยตลอดทั้งปี 2568 บริษัทมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.08 บาท 

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (“CCGC”) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) ในสัดส่วน ร้อยละ 100 คิดเป็นมูลค่าหุ้นเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นก้าวสำคัญของบางจากในการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศและการเตรียมความพร้อมด้านตลาดสำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารกำลังการกลั่นของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว

“การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากสู่ตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการนำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีที่พัฒนาแล้ว มีกติกาการค้าปลีกเสรีที่ใกล้เคียงตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ CHK ประกอบธุรกิจพลังงานที่หลากหลาย ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันค้าปลีก ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล CHK ยังเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง มีสถานีบริการ 31 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บางจากจะยังคงดำเนินการสถานีบริการภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้าระหว่างบางจาก และเชฟรอน

“การลงทุนใน CHK จะช่วยเสริมศักยภาพให้บางจากต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร ขยายฐานลูกค้า เพิ่มความแข็งแกร่งของระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงาน และสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตระยะยาว คาดว่าธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จช่วงกลางปี 2569” นายชัยวัฒน์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top