วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สภาพัฒน์ปรับGDPปี69โต2% ส.อ.ท.หนุนครม.มืออาชีพดันเป้า5%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ (สศช.) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า หลังจีดีพีไตรมาส 4 ขยายตัวร้อยละ 2.5 ทำให้จีดีพีปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.4 จากแนวโน้มดีขึ้นหลายปัจจัย ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว ส่วนปี 2569 สภาพัฒน์ฯปรับคาดการณ์จีดีพีโตร้อยละ 2 จากเดิมร้อยละ 1.7 จากเดิมคาดว่ายอดการส่งออกติดลบร้อยละ -0.3 เป็นขยายตัวร้อยละ 1.7 หากรัฐบาลทำให้การใช้สินค้าส่วนประกอบในประเทศชัดเจน การเดินหน้าเจรจาภาษีนำเข้าสหรัฐคืบหน้า ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 2.4 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 0.2 เศรษฐกิจโลกโตร้อยละ 3 คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 35 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศ 1.65 ล้านล้านบาท จากปี 2568 มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศ 1.47 ล้านล้านบาท
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากตัวเลขสภาพัฒน์ฯ ที่คาดว่าจีดีพีปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2%) สะท้อนผลงานของรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจที่สามารถประคองเครื่องยนต์เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาจำกัด ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปี 2569 เป็นปีที่หนักของเศรษฐกิจไทย ตามการประเมินของ International Monetary Fund และ World Bank ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 1.6% ขณะที่ กกร. ประเมินกรอบไว้ที่ 1.6-2.0% ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวยังเปราะบาง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามระดับ 1.6% ไปสู่เป้าหมาย 2.0% ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ จึงขอเสนอว่าจำเป็นต้องจัดทัพคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ใหม่ ยึดหลัก “ถูกฝาถูกตัว” คือ การนำมืออาชีพที่มีความรู้และประสบการณ์จริง เข้ามาขับเคลื่อนในทุกกระทรวงเศรษฐกิจ และหากการเมืองมีความนิ่ง ไม่มีปัจจัยรบกวนจากภายนอก จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วจากทิศทางตลาดหุ้นที่เริ่มขานรับในเชิงบวก
“หากรัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่ครบวาระ และมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตแบบขั้นบันได โดยในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตราว 2% ก่อนขยับเป็น 3% และ 4% ในช่วงปี 2570–2571 และมีโอกาสเห็น GDP แตะระดับ 5% ในช่วงปลายอายุรัฐบาลราวปี 2572” นายเกรียงไกร กล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญ คือ การปลดล็อกประเทศไทยจากฉายา “คนป่วยแห่งเอเชีย” (Sick Man of Asia) และกลับมาเป็น “Strong Man” ทางเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าคำคาดการณ์ของ IMF ที่มองว่าไทยอาจหล่นไปอยู่อันดับ 5 หรือ 6 ของภูมิภาคในปี 2030 นั้นไม่เป็นความจริง โดยไทยควรกลับมาอยู่ในอันดับ 2 หรือ 3 ของภูมิภาคให้ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี