เศรษฐกิจไทย “แรงส่งไม่ทั่วถึง” จีดีพีไตรมาส 4 โต 2.5%  ขณะปี 2569 ยังเสี่ยงโตต่ำ 1.8%

เศรษฐกิจไทย “แรงส่งไม่ทั่วถึง” จีดีพีไตรมาส 4 โต 2.5% ขณะปี 2569 ยังเสี่ยงโตต่ำ 1.8%

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.09 น.

เศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี 2568 ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนขึ้น หลังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นการเร่งตัวจากไตรมาส 3 ที่เคยหดตัว สะท้อนการกลับมาของแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการลงทุนและการก่อสร้างที่ฟื้นตัวหลังซบเซามานานแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนรวมที่กลับมาขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยการลงทุนภาคเอกชนเติบโตถึง 6.5% จากทั้งการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงภาคก่อสร้างที่กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และการย้ายฐานการผลิตมายังไทย ขณะที่การลงทุนภาครัฐกลับมาขยายตัวสูงถึง 13.3% จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาครัฐ


ในด้านการบริโภคภาคเอกชน แม้จะขยายตัว 3.3% และเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การเร่งซื้อรถยนต์ก่อนมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าสิ้นสุดลง และการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีใหม่ในปี 2569 ซึ่งสะท้อนว่ากำลังซื้อในภาพรวมยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าครัวเรือนยังมีภาระหนี้ในระดับสูง


ขณะเดียวกัน ภาพรวมการส่งออกและภาคอุตสาหกรรมยังสะท้อนความเปราะบาง แม้การส่งออกสินค้าในปี 2568 จะเติบโตสูงถึง 12.9% แต่หากตัดสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำและทองคำออก การเติบโตแท้จริงจะเหลือเพียง 5.3% เท่านั้น สะท้อนว่าการเติบโตของการส่งออกยังไม่ได้กระจายผลดีสู่ภาคเศรษฐกิจอื่นอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ยังหดตัว 0.8% และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียง 58.7% ต่ำที่สุดในรอบหลายปีแม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่แนวโน้มในปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดย สศช. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.5%–2.5% หรือค่ากลางที่ 2.0%

ขณะที่ Krungthai COMPASS ประเมินว่าการเติบโตอาจอยู่เพียง 1.8% เท่านั้น จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และความเปราะบางของภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการบริโภคและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ


อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี 2568 ที่พุ่งสูงกว่า 1.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 66% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวโดดเด่น รวมถึงมาตรการดึงดูดการลงทุนใหม่ของภาครัฐที่อาจเร่งให้เกิดการลงทุนจริงในระยะต่อไป


ภาพรวมจึงสะท้อนเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว แต่ยังอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง” โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังพึ่งพาการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่ภาคการผลิต กำลังซื้อภาคครัวเรือน และภาคส่งออกยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทำให้การเติบโตในปี 2569 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ และยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top