วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เอฟไอเอ็ม เปิดทางให้ทีมแข่งในศึก โมโตจีพี นำรถแข่งเข้าเซ็ตอัพในพิตที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการทดสอบพรี-ซีซั่น ครั้งสุดท้าย “บุรีรัมย์ เทสต์” โดยมี มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกชาวสแปนิช นำทัพนักบิดลงสำรวจแทร็ก ก่อนเริ่มโปรแกรมลงทดสอบอย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์นี้
.jpg)
ศึก โมโตจีพี 2026 เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ ด้วยการดวลสนามแรก ภายใต้รายการ "พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์" ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสุดยอดมอเตอร์สปอร์ตสองล้อรายการนี้
โดยประเทศไทยรับหน้าที่สำคัญ เป็นสนามแห่งการทดสอบ "พรี-ซีซั่น เทสต์" อย่างเป็นทางการของโมโตจีพี 2026 ภายใต้ชื่อ "บุรีรัมย์ เทสต์" ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
การทดสอบครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างมากต่อทุกทีม โดยจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของค่ายผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ ในการพัฒนารถแข่งและยืนยันประสิทธิภาพ ก่อนจะส่งสเปกอย่างเป็นทางการให้ สมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ตรวจสอบ เพื่อใช้สำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2026
.jpg)

โดยล่าสุด วันนี้ (19 ก.พ.) คณะกรรมการจาก เอฟไอเอ็ม ได้อนุญาตให้ทีมแข่งโมโตจีพีทุกทีม เปิดตู้บรรจุรถแข่ง และนำเข้าเซ็ตอัพในพิตของตัวเองได้แล้ว เพื่อเตรียมเข้าสู่โปรแกรมการทดสอบ 2 วัน ในสุดสัปดาห์นี้
ในปีนี้ ดูคาติ ยังคงถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์โลก ทั้งประเภทค่ายผู้ผลิตและนักบิด ซึ่งจะมีนักบิดถึง 4 คนที่ได้ใช้รถแข่งสเปกล่าสุด (GP26) นำโดย “มาร์ค มาร์เกซ” แชมป์โลกพรีเมียร์คลาส 7 สมัยชาวสแปนิชจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม และทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า” รวมถึง “อเล็กซ์ มาร์เกซ” นักบิดสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง และ “ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ” นักบิดอิตาเลียนจาก วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ “ฟรานโก มอร์บิเดลลี” จะใช้รถแข่งปี 2024 ส่วนดาวรุ่งอย่าง “เฟร์มิน อัลเดเกร์” ใช้รถแข่งปี 2025 แต่ต้องถอนตัวจากการทดสอบ และการแข่งขันสนามแรกจากอาการบาดเจ็บ
.jpg)
ค่ายที่ยกระดับรถแข่งขึ้นมาอย่างน่าสนใจอย่าง อพริเลีย เรซซิ่ง ถูกจับตามองว่าจะสามารถสร้างปัญหาให้กับ ดูคาติ ได้ไม่น้อย โดยรถแข่ง RS-GP ของพวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา จากชัยชนะของ “มาร์โก เบซเซ็คคี” นักบิดอิตาเลียนจากทีมโรงงาน ซึ่งในปีนี้ “ฮอร์เก มาร์ติน” กลับมาทดสอบ กับทีมในไทยได้แล้ว ขณะที่ “ราอูล เฟร์นันเดซ” หนึ่งในผู้ชนะของปีที่ผ่านมาจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง จะจับคู่กับ “ไอ โอกูระ” นักบิดญี่ปุ่นลงสนามในปีนี้
.jpg)
ด้าน ฮอนด้า ในฤดูกาล 2026 เป็นหนึ่งในทีม ที่มีพัฒนาการรถแข่งก้าวกระโดด โดยหลังจากผ่านการทดสอบที่มาเลเซีย ถูกจับตามองอย่างมาก ซึ่งในปีนี้รถแข่ง RC213V ได้รับการอัปเกรดหลายอย่าง เพื่อให้นักบิดของทีมสร้างผลงาน นำโดย “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล และทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” รวมนักบิดจากทีมอิสระอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า และทีมเมทดาวรุ่งชาวบราซิเลียนอย่าง “ดิโอโก้ โมเรร่า” หนึ่งในรุกกี้ของปีนี้
ส่วน เคทีเอ็ม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทีม ที่มีไลน์อัพนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของ โมโตจีพี ยังคงต้องหาแนวทางพัฒนารถแข่ง RC16 จากการเทสต์ครั้งล่าสุด หลังจากที่ “เปโดร อคอสต้า” นักบิดสแปนิชจากทีมโรงงานและ “แบรด บินเดอร์” ทีมเมทชาวแอฟริกาใต้ รวมถึง “มาเวริค บีญาเลส” นักบิดสแปนิชจาก เคทีเอ็ม เทคทรี และทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “เอเนีย บาสเตียนินี” ยืนยันว่าทีมได้เปลี่ยนแปลงรถแข่งแทบทั้งคัน ซึ่งยังตามหลังคู่แข่งอยู่ราว 0.6 วินาทีต่อรอบ
.jpg)
ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นอย่าง ยามาฮ่า ดูเหมือนจะเป็นทีมที่เจอปัญหามากที่สุดในช่วง พรี-ซีซั่น หลังจากที่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 เป็นครั้งแรก กับรถแข่ง M1 ซึ่งจากการทดสอบที่ มาเลเซีย พวกเขาต้องยกเลิกการเทสต์ 1 วันเต็มๆ จากปัญหาความไม่คงที่ของเครื่องยนต์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง อาการบาดเจ็บของ “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่” นักบิดเฟรนช์ของ มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ที่ต้องถอนตัว 2 วันสุดท้ายด้วย
อย่างไรก็ดี กวาร์ตาราโร่ จะเดินทางมาเข้าร่วมการทดสอบที่ บุรีรัมย์ พร้อมด้วยทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง “อเล็กซ์ รินส์” ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ยามาฮ่า มีการเตรียมเครื่องยนต์สเปกใหม่ สำหรับการทดสอบด้วย ส่วน “แจ็ค มิลเลอร์” นักบิดออสเตรเลียนจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี และทีมเมทชาวเติร์กอย่าง “โทปรัค ราซกัตลิโอกลู” รุกกี้อีกคนจะทำงานตามแผนร่วมกับทีมในการพัฒนารถแข่ง M1V4


สำหรับแฟนความเร็วที่ต้องการซื้อบัตรเข้าชมเฉพาะ Pre-Season Test สามารถซื้อได้ผ่าน All Ticket ราคาบัตร Grandstand 500 บาท/วัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท และบัตร VIP ราคา 5,000 บาท/วัน โดยสามารถซื้อได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน allticket
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี