ธ.ก.ส.ดันวิสาหกิจชุมชน‘อุบลราชธานี’ หนุนแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดคุณภาพ

ธ.ก.ส.ดันวิสาหกิจชุมชน‘อุบลราชธานี’ หนุนแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดคุณภาพ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.00 น.

ธ.ก.ส.ดันวิสาหกิจชุมชน‘อุบลราชธานี’ หนุนแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดคุณภาพ

นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทดูแลภาคการเกษตรไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง ตามวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาลูกค้าตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ที่พร้อมยกระดับภาคการเกษตรทุกมิติ ประกอบด้วยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อภาคการเกษตร (Funding) การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและการเกษตรแบบใหม่ (Technology) การพัฒนาคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตร (Value Added) การพัฒนาการตลาด


องค์ความรู้ และช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร (Knowledge and Marketing) พร้อมมุ่งสนับสนุนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนสามารถพัฒนาจากผู้ผลิตวัตถุดิบไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ที่มีการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการทำตลาด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าแล้ว ยังทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนผ่านการบริโภคสินค้าในพื้นที่ (Local consumption)    อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนต้นแบบในจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองบ้านนาคำ ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี แหล่งผลิตและรวบรวมกล้วยหอมทองคุณภาพสูง พืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีกระบวนการผลิตแบบออร์แกนิค การบริหารจัดการสวนตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพผลผลิตอย่างเป็นระบบ และการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้สามารถส่งจำหน่ายกล้วยหอมได้ตามความต้องการ มีตลาดรองรับ ผลผลิตมีราคากลางที่มั่นคง และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการกระจายผลผลิตสู่ตลาดภายในจังหวัด อาทิ ตลาดชุมชน สถานศึกษา โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ และสามารถส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรในพื้นที่และทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นได้เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารจากปลาบ้านด่านใหม่ ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ผลิตปลาส้มและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแม่น้ำโขงภายใต้แบรนด์ “ปลาส้มครูหยอย” ที่มีการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการแปรรูป พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และสร้างอัตลักษณ์สินค้า เพื่อรองรับตลาดสมัยใหม่ ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จนได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์ OTOP ทุกระดับดาว โดยนอกจากการจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอโขงเจียม และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นของฝากแล้ว ผลิตภัณฑ์ปลาส้มจากชุมชนยังสามารถก้าวสู่ตลาดระดับประเทศและต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย

นางสาวพรหมกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ ธ.ก.ส. ในการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน โดย ธ.ก.ส. พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงการพัฒนาให้กับลูกค้า ธ.ก.ส. ในทุกมิติ ตั้งแต่การ เข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการพัฒนามาตรฐานสินค้า ให้ลูกค้าของเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในท้องถิ่น การยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง การบริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า การสร้าง    แบรนด์และการตลาด ควบคู่กับการสนับสนุนด้านเงินทุน พร้อมสนับสนุนช่องทางการตลาดโดยการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่ายผ่าน BAAC Outlet ณ สาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และ BAAC Matching แพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะรวบรวมผลิตภัณฑ์ลูกค้า ธ.ก.ส. มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อสร้างการรับรู้วงกว้างไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศและขยายตลาดให้กับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการบริโภคในท้องถิ่น และยกระดับสินค้าจากระดับท้องถิ่นไปสู่ตลาดคุณภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top